⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2328/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2328/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิดที่เจ้าของมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดนั้น ต้องคืนแก่เจ้าของ.

ย่อคำพิพากษา

ในคดีที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ฐานร่วมกับจำเลยที่ 2ลักทรัพย์หรือรับของโจรเศษเหล็ก เมื่อข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติได้ว่าจำเลยที่ 1 ไม่ได้ร่วมกับจำเลยที่ 2 ลักเอาเศษเหล็ก และไม่ทราบว่าเศษเหล็กดังกล่าวที่ซื้อไว้จากจำเลยที่ 2 ที่บรรทุกใส่รถยนต์ของกลางเป็นทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ เมื่อจำเลยที่ 1กับภรรยามายื่นคำร้องขอคืนรถยนต์ของกลาง จึงเป็นผลให้รับฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 กับภรรยาไม่ได้รู้เห็นเป็นใจกับจำเลยที่ 2 ใช้รถยนต์ของกลางในการกระทำความผิด ต้องคืนรถยนต์ของกลางแก่จำเลยที่ 1กับภรรยา.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.36 ประมวลกฎหมายอาญา ม.357

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาโจทก์ฟ้องนาย กฤษดา เลอศักดิ์วณิชกุล ผู้ร้องที่ 1 และนางจำนงค์ จำนองบุตร เป็นจำเลยที่ 1 และที่ 2 ตามลำดับในข้อหาร่วมกันลักทรัพย์หรือรับของโจทก์ จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพฐานลักทรัพย์ ส่วนจำเลยที่ 1 (ผู้ร้องที่ 1) ให้การปฏิเสธศาลจึงมีคำสั่งจำหน่ายคดีจำเลยที่ 1 ให้โจทก์ไปฟ้องเป็นคดีใหม่แล้วพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 2 ฐานลักทรัพย์และสั่งริบรถยนต์หมายเลขทะเบียน 3 ม - 0168 กรุงเทพมหานคร ของกลาง ผู้ร้องทั้งสองยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องทั้งสองเป็นสามีภรรยากันรถยนต์ของกลางเป็นของผู้ร้องทั้งสองซึ่งได้มาระหว่างสมรส ผู้ร้องทั้งสองมิได้รู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดของจำเลยที่ 2ขอให้สั่งคืนรถยนต์ของกลางแก่ผู้ร้องทั้งสอง โจทก์คัดค้าน ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว มีคำสั่งให้คืนรถยนต์ของกลางให้แก่ผู้ร้องทั้งสอง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องของผู้ร้องทั้งสอง ผู้ร้องทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงซึ่งไม่มีข้อโต้แย้งในชั้นฎีการับฟังได้ว่าผู้ร้องทั้งสองเป็นสามีภรรยากันโดยชอบด้วยกฎหมาย รถยนต์ของกลางเป็นของผู้ร้องทั้งสองซึ่งได้มาระหว่างสมรส มี ปัญหาว่าผู้ร้องทั้งสองรู้เห็นเป็นใจใช้รถยนต์ของกลางกระทำความผิดกับจำเลยที่ 2 หรือไม่ พิเคราะห์แล้ว โจทก์ได้ฟ้องผู้ร้องที่ 1 กล่าวหาว่าผู้ร้องที่ 1 กับพวกจำเลยที่ 2 ในคดีหมายเลขแดงที่ 411/2532 ของศาลชั้นต้นเป็นคนร้ายร่วมกันลักเอาเศษเหล็กของกลาง หรือมิฉะนั้นผู้ร้องที่ 1 กับจำเลยที่ 2 ได้ร่วมกันรับของโจร โดยช่วยซื้อช่วยรับเอาไว้ช่วยพาเอาไปเสียซึ่งเศษเหล็กของกลางไว้จากคนร้ายแล้วนำมาบรรทุกรถยนต์ของกลาง โดยผู้ร้องที่ 1 กับพวกรู้อยู่แล้วว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ ศาลชั้นต้นได้พิพากษายกฟ้องโจทก์ โดยวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า คดียังไม่พอรับฟังว่าผู้ร้องที่ 1 ได้ร่วมกับจำเลยที่ 2 ลักเอาเศษเหล็กของกลางและรับซื้อเศษเหล็ก ของกลางโดยรู้อยู่ว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ และศาลอุทธรณ์พิพากษายืนข้อเท็จจริงจึงฟังเป็นยุติได้ว่า ผู้ร้องที่ 1 ได้ได้ร่วมกับจำเลยที่ 2 ลักเอาเศษเหล็กของกลาง และไม่ทราบว่าเศษเหล็กของกลางที่ซื้อไว้จากจำเลยที่ 2 ที่บรรทุกใส่รถยนต์ของกลางเป็นทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ จึงเป็นผลให้รับฟังได้ว่าผู้ร้องทั้งสองไม่ได้รู้เห็นเป็นใจกับจำเลยที่ 2 ใช้รถยนต์ของกลางในการกระทำความผิด พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2328/2534 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายก ฤษดา เลอศักดิ์วณิชกุล กับพวก ผู้ร้อง นายก ฤษดา เลอศักดิ์วณิชกุล กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · ผู้ร้อง - นายก ฤษดา เลอศักดิ์วณิชกุล กับพวก · จำเลย - นายก ฤษดา เลอศักดิ์วณิชกุล กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประศาสน์ ธำรงกาญจน์ · ถาวร ตันตราภรณ์ · สุเทพ กิจสวัสดิ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2546/2527ฎีกา 1851/2557ฎีกา 98/2537ฎีกา 824/2535ฎีกา 651/2507ฎีกา 665/2531ฎีกา 2903/2536ฎีกา 6911/2544ฎีกา 113/2566ฎีกา 1368/2509ฎีกา 7993/2547ฎีกา 222/2468ฎีกา 1979/2521ฎีกา 1957/2515ฎีกา 1567/2513ฎีกา 2766/2546ฎีกา 337/2535ฎีกา 6506/2547ฎีกา 6863/2543ฎีกา 269/2537ฎีกา 2234/2535ฎีกา 5702/2533ฎีกา 330/2549ฎีกา 2274/2525
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา