⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5569/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5569/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เจ้าของรวมคนหนึ่งจะจำหน่ายทรัพย์สินที่ตนเป็นเจ้าของรวมอยู่โดยเจ้าของคนอื่นมิได้ยินยอมด้วยไม่ได้ สัญญาที่เจ้าของรวมคนหนึ่งทำขึ้นโดยลำพังจึงไม่ผูกพันเจ้าของรวมคนอื่น.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยและ ส. เป็นเจ้าของรวมในที่ดินและบ้านพิพาท ซึ่งเจ้าของรวมคนหนึ่งจะจำหน่ายทรัพย์สินโดยเจ้าของคนอื่นมิได้ยินยอมด้วยไม่ได้ เมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยยอมให้ ส. ขายที่ดินและบ้านพิพาทแก่โจทก์เพื่อชำระหนี้เงินกู้ แม้หนี้เงินกู้จะเป็นหนี้ร่วมกันระหว่างจำเลยและ ส. สัญญาขายที่ดินและบ้านพิพาทก็หาผูกพันจำเลยไม่ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลย แต่โจทก์มีสิทธิเข้าสวมสิทธิของ ส. เรียกร้องให้แบ่งส่วนได้.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1360 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1361

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 1101 พร้อมบ้าน ซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินดังกล่าว จำเลยได้บุกรุกเข้าไปอาศัยอยู่ในบ้านและที่ดินดังกล่าว โจทก์มีหนังสือบอกกล่าวให้จำเลยและบริวารออกไป จำเลยเพิกเฉย ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยและบริวารออกไปจากบ้านและที่ดินดังกล่าวและห้ามไม่ให้เกี่ยวข้องอีก กับให้จำเลยชำระค่าเสียหายให้โจทก์เดือนละ 500 บาท จำเลยให้การว่า บ้านและที่ดินพิพาทเป็นของจำเลย จำเลยอาศัยอยู่มา 10 ปีเศษ เดิมบ้านและที่ดินพิพาทเป็นของนายสุวิทย์กับจำเลยซึ่งหามาได้ร่วมกันระหว่างอยู่กินเป็นสามีภริยากัน ต่อมานายสุวิทย์ได้ยกให้แก่จำเลย โจทก์และนายสุวิทย์ได้สมคบกันไปทำนิติกรรมซื้อขายบ้านและที่ดินพิพาทโดยทราบอยู่แล้วว่าบ้านและที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยแต่ผู้เดียว นิติกรรมซื้อขายบ้านและที่ดินพิพาทจึงใช้ไม่ได้บ้านและที่ดินพิพาทยังเป็นของจำเลยอยู่ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้เป็นยุติแล้วว่าจำเลยและนายสุวิทย์เป็นสามีภริยากันแต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส ที่ดินและบ้านพิพาทเป็นทรัพย์สินที่จำเลยและนายสุวิทย์ทำมาหาได้ร่วมกันดังนั้น จำเลยและนายสุวิทย์เป็นเจ้าของรวมในที่ดินและบ้านพิพาทซึ่งเจ้าของรวมคนหนึ่งจะจำหน่ายทรัพย์สินโดยเจ้าของรวมคนอื่นมิได้ยินยอมด้วยไม่ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1361 วรรคสองตามทางนำสืบของโจทก์ไม่ปรากฏว่าจำเลยยินยอมให้นายสุวิทย์โอนขายที่ดินและบ้านพิพาทให้แก่โจทก์เป็นการชำระหนี้เงินกู้ยืมและดอกเบี้ยดังนั้น แม้หนี้เงินกู้จะเป็นหนี้ร่วมก็ตาม สัญญาซื้อขายที่ดินและบ้านพิพาทระหว่างนายสุวิทย์กับโจทก์ตามเอกสารหมาย จ.2 ก็หาผูกพันจำเลยไม่ เมื่อจำเลยเป็นเจ้าของรวมในที่ดินและบ้านพิพาทโจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลย ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น แต่อย่างไรก็ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1361 วรรคแรก บัญญัติให้เจ้าของรวมจำหน่ายส่วนของตนได้ โจทก์จึงเข้าสวมสิทธิของนายสุวิทย์ในการที่จะเรียกร้องให้แบ่งส่วนได้" พิพากษายืน แต่ไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะฟ้องขอเข้าสวมสิทธิของนายสุวิทย์ใหม่. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5569/2534 นาย ทวี ป พณิ ชีพ โจทก์ นาง นงลักษณ์ ตา เห็น จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย ทวี ป พณิ ชีพ · จำเลย - นาง นงลักษณ์ ตา เห็น
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เสียง ตรีวิมล · บุญศรี กอบบุญ · สมศักดิ์ วิธุรัติ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3409/2554ฎีกา 162/2512ฎีกา 818/2536ฎีกา 404/2526ฎีกา 108/2545ฎีกา 344/2531ฎีกา 9671/2539ฎีกา 7177/2545ฎีกา 1073/2508ฎีกา 1249/2526ฎีกา 1490/2535ฎีกา 1854/2493ฎีกา 2620/2517ฎีกา 2893/2531ฎีกา 5360/2546ฎีกา 5693/2549ฎีกา 673/2526ฎีกา 1812/2506ฎีกา 1281-1283/2493ฎีกา 704/2522ฎีกา 1029/2519ฎีกา 1565/2543ฎีกา 2618/2526ฎีกา 1218/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ