⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5865/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5865/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การชำระหนี้ตามสัญญาประธานครบถ้วน ทำให้มูลหนี้ที่ออกเช็คสิ้นผลผูกพันไปก่อนศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุด คดีอาญาจึงเป็นอันเลิกกันและสิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับไป

ย่อคำพิพากษา

คดีความผิดต่อ พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คฯในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา เมื่อจำเลยชำระหนี้แก่โจทก์ครบถ้วนแล้ว หนี้ตามสัญญากู้ยืมเป็นอันระงับไป มูลหนี้ที่จำเลยออกเช็คพิพาทจึงสิ้นผลผูกพันไปก่อนศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุด คดีเป็นอันเลิกกันตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534มาตรา 7 และสิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์เป็นอันระงับไปตาม ป.วิ.อ.มาตรา 39(3).

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.35 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.39 พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 ม.7

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา นางสุนทรี ศุภมานพ ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 ให้เรียงกระทงลงโทษ ฐานออกเช็คฉบับที่ลงจำนวนเงิน 60,000 บาท ให้จำคุก 2 เดือนฉบับลงจำนวนเงิน 20,000 บาท และฉบับจำนวนเงิน 30,000 บาทจำคุกกระทงละ 1 เดือน ส่วนฉบับลงจำนวนเงิน 8,800 บาทจำคุก 15 วัน รวมจำคุก 4 เดือน 15 วัน พิเคราะห์ถึงพฤติการณ์ของคดีเป็นการกู้ยืมเงินกัน อาชีพของจำเลยประกอบกับจำเลยไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อนโทษจำคุกเห็นสมควรรอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี โจทก์อุทธรณ์เฉพาะกระทงความผิดตามเช็คฉบับที่สั่งจ่ายเงินจำนวน60,000 บาท ขอให้ลงโทษจำคุกจำเลยโดยไม่รอการลงโทษ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า เฉพาะกระทงความผิดของจำเลยฐานออกเช็คพิพาทฉบับลงวันที่ 8 กรกฎาคม 2531 จำนวนเงิน 60,000บาท ไม่รอการลงโทษให้แก่จำเลย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา โจทก์ร่วมยื่นคำร้องว่า โจทก์ร่วมกับจำเลยสามารถตกลงกันได้ และจำเลยได้ชำระหนี้ให้โจทก์ร่วมครบถ้วนแล้วโจทก์ร่วมไม่ติดใจเอาความกับจำเลย ขอถอนฟ้อง โจทก์และจำเลยไม่คัดค้าน ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เมื่อจำเลยชำระหนี้แก่โจทก์ร่วมครบถ้วนแล้ว หนี้ตามสัญญากู้ยืมเป็นอันระงับไป มูลหนี้ที่จำเลยออกเช็คพิพาทจึงสิ้นผลผูกพันไปก่อนศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุด คดีเป็นอันเลิกกันตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534มาตรา 7 และสิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์เป็นอันระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(3)" จึงให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5865/2534 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ โจทก์ร่วม โจทก์ นาง สุนทรี ศุภมานพ โจทก์ นาง สุพร บุญเรือง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · โจทก์ - โจทก์ร่วม · โจทก์ - นาง สุนทรี ศุภมานพ · จำเลย - นาง สุพร บุญเรือง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ตัน เวทไว · บุญส่ง วรรณกลาง · วิทวัส อยู่วัฒนา
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 15144/2551ฎีกา 361/2503ฎีกา 2458/2548ฎีกา 2200/2548ฎีกา 769/2532ฎีกา 2891/2565ฎีกา 4752/2545ฎีกา 728/2519ฎีกา 3038/2531ฎีกา 4577/2543ฎีกา 2498/2528ฎีกา 4537/2531ฎีกา 5445/2554ฎีกา 184/2542ฎีกา 4182/2530ฎีกา 1161-1163/2487ฎีกา 2683/2522ฎีกา 3905/2533ฎีกา 5137/2550ฎีกา 999/2499ฎีกา 77/2490ฎีกา 787/2532ฎีกา 7246/2543ฎีกา 4418/2548
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ