⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6276/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6276/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากจำเลยไม่มาศาลตามกำหนดนัด ศาลชั้นต้นจะต้องไต่สวนว่าจำเลยจงใจขาดนัดหรือไม่ หากไม่จงใจ ศาลต้องพิจารณาคดีใหม่

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า จำเลยที่ 1 ไม่มีเจตนาจะไม่มาศาลตามกำหนดนัดเพราะรถที่จำเลยที่ 1 ใช้เป็นพาหนะเดินทางมาศาลเกิดอุบัติเหตุอันเป็นเหตุสุดวิสัยมิอาจก้าวล่วงเสียได้ การที่ศาลว่าไม่มีเหตุสมควรจะไต่สวนคำร้องขอพิจารณาคดีใหม่ของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1จึงไม่เห็นชอบด้วย เพราะตาม ป.วิ.พ.นั้น เหตุที่จำเลยที่ 1 ไม่จงใจขาดนัดพิจารณา ศาลจะต้องไต่สวนและหากได้ความว่าจำเลยที่ 1 ไม่จงใจขาดนัดพิจารณา ศาลจะต้องดำเนินการพิจารณาคดีใหม่ ถือได้ว่าเป็นการคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แล้วว่า กรณีที่ศาลชั้นต้นยกคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาของจำเลยที่ 1 นั้น มิใช่เพราะกรณีฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 เป็นคนยากจนแต่เป็นเพราะจำเลยที่ 1 ไม่มาตามกำหนดนัดอันเป็นการขาดนัดพิจารณา ซึ่งศาลชั้นต้นจะต้องไต่สวนฟังข้อเท็จจริงเสียก่อนว่า จำเลยที่ 1 ไม่จงใจขาดนัดพิจารณาหรือไม่ หากเป็นความจริงก็ต้องดำเนินการพิจารณาคดีใหม่ ศาลชั้นต้นยกคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาของจำเลยที่ 1 โดยมิได้ระบุว่าจำเลยที่ 1 ซึ่งมีฐานะเป็นโจทก์ตามฟ้องอุทธรณ์ขาดนัดพิจารณาและให้จำหน่ายคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาของจำเลยที่ 1 ออกเสียจากสารบบความ จึงมิใช่คำสั่งตาม ป.วิ.พ.มาตรา 201แต่เป็นการสั่งสืบเนื่องมาจากจำเลยที่ 1 ไม่มาศาลตามกำหนดนัด จึงเท่ากับศาลชั้นต้นฟังว่าจำเลยที่ 1 ไม่มีพยานมานำสืบให้เห็นว่าจำเลยที่ 1 เป็นคนยากจนตามคำร้องขอ เป็นการยกคำร้องขอตามมาตรา 156 วรรคสาม ซึ่งจำเลยที่ 1 มีสิทธิดำเนินการต่อไปได้แต่เฉพาะที่บัญญัติไว้ตามมาตรา 156 วรรคสี่หรือวรรคห้าเท่านั้น หรือหากเห็นว่าคำสั่งศาลชั้นต้นไม่ชอบด้วยประการใดก็ย่อมอุทธรณ์คำสั่งนั้นต่อศาลอุทธรณ์ตามมาตรา 223 ประกอบด้วยมาตรา 229 จำเลยที่ 1 ไม่มีอำนาจร้องขอให้ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาใหม่ไม่ ทั้งไม่ใช่กรณีขาดนัดตามมาตรา 202 ซึ่งจะขอพิจารณาคดีใหม่ได้ตามมาตรา 207 ประกอบมาตรา 209

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.156 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.202 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.207 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.209 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.223 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.226 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.227 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.229

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ พร้อมกับยื่นคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นนัดไต่สวนคำร้อง ในวันนัดไต่สวน วันที่ ๒๑ มีนาคม ๒๕๓๓ เวลา ๑๓.๓๐ นาฬิกา คงมีแต่ทนายโจทก์มาศาล ฝ่ายจำเลยที่ ๑ ทราบวันนัดโดยชอบแล้วไม่มาศาล ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาของจำเลยที่ ๑ และให้จำเลยที่ ๑ เสียค่าธรรมเนียมศาลภายใน ๑๕ วัน หลังจากนั้น๒ วัน จำเลยที่ ๑ ยื่นคำร้องว่า จำเลยที่ ๑ มิได้จงใจไม่มาศาล กล่าวคือจำเลยที่ ๑ เดินทางจากจังหวัดเชียงใหม่เมื่อวันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๓๓ เวลา ๒๐ นาฬิกา ซึ่งปกติต้องถึงกรุงเทพมหานครเวลา ๘ นาฬิกาของวันที่ ๒๑ มีนาคม ๒๕๓๓ แต่รถที่จำเลยที่ ๑ เดินทางมาเกิดอุบัติเหตุกลางทางกว่าจะแก้ไขเสร็จก็ล่วงเลยเวลานัดของศาลแล้วโดยจำเลยที่ ๑ เดินทางถึงกรุงเทพมหานครเมื่อเวลา ๒๐ นาฬิกา ของวันที่ ๒๑ มีนาคม ๒๕๓๓ ขอให้ศาลไต่สวนคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาของจำเลยที่ ๑ ใหม่ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ยกอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๑ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยที่ ๑ ฎีกาว่า จำเลยที่ ๑ ไม่มีเจตนาที่จะไม่มาศาลตามกำหนดนัด เหตุที่จำเลยที่ ๑ ไม่สามารถมาศาลตามกำหนดนัดเพราะรถที่จำเลยที่ ๑ ใช้เป็นพาหนะในการเดินทางมาศาลเกิดอุบัติเหตุอันเป็นเหตุสุดวิสัยมิอาจก้าวล่วงเสียได้ การที่ศาลว่าไม่มีเหตุสมควรจะไต่สวนคำร้องขอพิจารณาคดีใหม่ของจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๑ จึงไม่เห็นชอบด้วย เพราะตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งนั้นเหตุที่จำเลยที่ ๑ ไม่จงใจขาดนัดพิจารณา ศาลจะต้องไต่สวนและหากได้ความว่าจำเลยที่ ๑ ไม่จงใจขาดนัด ศาลจะต้องดำเนินการพิจารณาคดีใหม่นั้นพอถือได้ว่าเป็นการคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แล้วว่า กรณีที่ศาลชั้นต้นยกคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาของจำเลยที่ ๑ มิใช่เพราะกรณีฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ ๑ เป็นคนยากจนแต่เป็นเพราะเหตุจำเลยที่ ๑ ไม่มาศาลตามกำหนดนัดอันเป็นการขาดนัดพิจารณา ซึ่งศาลชั้นต้นจะต้องไต่สวนฟังข้อเท็จจริงเสียก่อนว่า จำเลยที่ ๑ ไม่จงใจขาดนัดพิจารณาหรือไม่ หากเป็นความจริงก็ต้องดำเนินการพิจารณาคดีใหม่ เห็นว่าคำสั่งของศาลชั้นต้นนั้นมิได้ระบุว่า จำเลยที่ ๑ ซึ่งมีฐานะเป็นโจทก์ตามฟ้องอุทธรณ์ขาดนัดพิจารณาและให้จำหน่ายคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาของจำเลยที่ ๑ออกเสียจากสารบบความจึงมิใช่คำสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา๒๐๑ ดังนั้นที่ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาของจำเลยที่ ๑ สืบเนื่องมาจากจำเลยที่ ๑ ไม่มาศาลตามกำหนดนัดจึงเท่ากับศาลชั้นต้นฟังว่าจำเลยที่ ๑ ไม่มีพยานมานำสืบให้เห็นว่า จำเลยที่ ๑ เป็นคนยากจนตามคำร้องขอนั่นเอง อันเป็นการสั่งยกคำร้องขอของจำเลยที่ ๑ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๕๖ วรรคสาม ซึ่งจำเลยที่ ๑มีสิทธิที่จะดำเนินการต่อไปได้แต่เฉพาะที่บัญญัติไว้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๑๕๖ วรรคสี่ หรือ วรรคห้าเท่านั้น หรือหากเห็นว่า คำสั่งศาลชั้นต้นไม่ชอบด้วยประการใดจำเลยที่ ๑ ก็ชอบที่จะอุทธรณ์คำสั่งนั้นต่อศาลอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๒๒๓ ประกอบด้วยมาตรา ๒๒๙ จำเลยที่ ๑ หามีอำนาจที่จะร้องขอให้ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาของจำเลยที่ ๑ ใหม่ไม่ ทั้งไม่ใช่กรณีการขาดนัดตามประมวล-กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๐๒ ที่จำเลยที่ ๑ จะขอให้พิจารณาคดีใหม่ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๐๗ ประกอบมาตรา ๒๐๙ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6276/2534 ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด โจทก์ นางประทินพร ฉันทานุรักษ์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด · จำเลย - นางประทินพร ฉันทานุรักษ์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุนพ กีรติยุติ · นิเวศน์ คำผอง · ตัน เวทไว
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสุเมธ ตังคจิวางกูร · ศาลอุทธรณ์ - นายสมพล สัตยาอภิธาน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1529/2499ฎีกา 3796/2540ฎีกา 7980/2551ฎีกา 1069/2527ฎีกา 2181/2519ฎีกา 345/2520ฎีกา 1460/2515ฎีกา 1645/2549ฎีกา 2646/2527ฎีกา 324/2503ฎีกา 1247/2510ฎีกา 866/2518ฎีกา 4335/2539ฎีกา 3589/2525ฎีกา 1360/2544ฎีกา 7927/2538ฎีกา 5098/2550ฎีกา 9203/2547ฎีกา 5150/2552ฎีกา 1196/2513ฎีกา 2051/2536ฎีกา 9200/2547ฎีกา 1733/2498ฎีกา 5438/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา