⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6368/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6368/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
อายุความคดีความผิดอันยอมความได้ให้เริ่มนับแต่วันที่ผู้เสียหายรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำผิด แม้จะยังไม่มีหลักฐานชัดเจนก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ร่วมรู้ถึงการหลอกลวงตั้งแต่เดือนกันยายน 2527 แม้เพิ่งมีหลักฐานเมื่อเดือนธันวาคม 2527 แสดงว่าจำเลยฉ้อโกง ก็เป็นเรื่องของการหาหลักฐานในการดำเนินคดี อันเป็นคนละกรณีกับที่โจทก์ร่วมรู้ว่าถูกหลอกลวง อายุความต้องเริ่มนับแต่เดือนกันยายน 2527โจทก์ร่วมร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่จำเลยเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์2528 จึงเกินกำหนด 3 เดือน เมื่อเป็นคดีความผิดอันยอมความได้คดีจึงขาดอายุความตาม ป.อ. มาตรา 96.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.96

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341, 83 กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนหรือชดใช้ราคาทรัพย์สินเป็นเงินไทย 900,000 บาท แก่ผู้เสียหายด้วย จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ระหว่างการพิจารณา ผู้เสียหายขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341, 83 ลงโทษจำเลยที่ 1 ปรับ 6,000 บาท ลงโทษจำเลยที่ 2 จำคุก 3 ปี ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนเงิน 106,000มาร์คเยอรมนี หรือ 836,000 บาท แก่โจทก์ร่วม จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ร่วมฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาวินิจฉัยว่า คดีขาดอายุความหรือไม่ ข้อเท็จจริงได้ความตามคำเบิกความของโจทก์ร่วมว่า โจทก์ร่วมได้ทำสัญญาเข้าหุ้นส่วนกับจำเลยที่ 1 และมอบเงินจำนวน 116,000มาร์คเยอรมนี ให้จำเลยที่ 2 เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2527ทำสัญญาแล้วโจทก์ร่วมกลับไปประเทศเยอรมนีได้พูดคุยกับบุคคลต่าง ๆที่ประเทศเยอรมนี ทราบว่าจำเลยที่ 2 คดโกงคนจนหลบหนีจากประเทศเยอรมนี เป็นคนต้องห้ามมิให้กลับประเทศ โจทก์ร่วมกลับมาประเทศไทยในเดือนกันยายน 2527 และขอถอนสัญญากับจำเลยที่ 2แต่จำเลยที่ 2 ไม่ยอมให้ถอน โจทก์ร่วมทราบว่าหนังสือเดินทางของจำเลยที่ 2 จะหมดอายุในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2528 โจทก์ร่วมจึงต่อรองขอให้จำเลยที่ 2 คืนเงินให้ เพราะจำเลยที่ 2 โกงเงินคนมามากจะต้องเดินทางหนีไปก่อนหนังสือเดินทางหมดอายุ ข้อเท็จจริงตามคำของโจทก์ร่วมดังกล่าวนั้น การที่โจทก์ร่วมขอเงินคืนจากจำเลยที่ 2 โจทก์ร่วมมิได้อ้างถึงเหตุผลใดที่จะขอถอนหุ้นและเงินคืนเมื่อกลับมาจากประเทศเยอรมนีในเดือนกันยายน 2527 ดังนั้นเหตุที่โจทก์ร่วมขอเงินคืนและถอนหุ้นเช่นนั้น จึงเป็นที่เห็นได้ว่าโจทก์ร่วมรู้ว่าถูกหลอกลวงให้ร่วมหุ้นซึ่งถ้ากรณีมีการหลอกลวงกันจริงก็แสดงว่าโจทก์ร่วมได้รู้ถึงการหลอกลวงตั้งแต่เดือนกันยายน 2527 ที่โจทก์ร่วมฎีกาว่าโจทก์ร่วมได้สืบทราบในเดือนธันวาคม 2527 โดยมีหลักฐานแสดงว่าจำเลยทั้งสองฉ้อโกงโจทก์ร่วมนั้น เป็นเรื่องของการหาหลักฐานในการดำเนินคดี อันเป็นคนละกรณีกับที่โจทก์ร่วมรู้ว่าถูกหลอกลวง จะเอาเดือนธันวาคม 2527มานับเริ่มต้นอายุความไม่ได้ อายุความต้องเริ่มนับแต่เดือนกันยายน 2527 อันเป็นวันที่ถือว่าโจทก์ร่วมรู้ว่าถูกหลอกลวงโจทก์ร่วมมาร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่จำเลยทั้งสองเมื่อวันที่ 19กุมภาพันธ์ 2528 ซึ่งเกินกำหนด 3 เดือน เมื่อคดีนี้เป็นคดีความผิดอันยอมความได้ คดีจึงขาดอายุความตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 96 ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ร่วมฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6368/2534 พนักงานอัยการ ประจำศาล แขวง ชลบุรี โจทก์ โจทก์ร่วม โจทก์ นาย เอ็ดการ์ เอ็คเคิร์ท โจทก์ บริษัท เอเซีย คอน ซัลท์อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์วิส จำเลย จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ ประจำศาล แขวง ชลบุรี · โจทก์ - โจทก์ร่วม · โจทก์ - นาย เอ็ดการ์ เอ็คเคิร์ท · จำเลย - บริษัท เอเซีย คอน ซัลท์อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์วิส · จำเลย - จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อุดม เฟื่องฟุ้ง · ก้าน อันนานนท์ · อัมพร ทองประยูร
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1035/2540ฎีกา 733/2505ฎีกา 3399/2568ฎีกา 123/2528ฎีกา 7687/2553ฎีกา 4225/2559ฎีกา 3129/2555ฎีกา 639/2535ฎีกา 1127/2523ฎีกา 2269/2538ฎีกา 1777/2554ฎีกา 298/2535ฎีกา 3367/2546ฎีกา 1763/2506ฎีกา 1086/2552ฎีกา 6221/2545ฎีกา 399/2525ฎีกา 3310/2522ฎีกา 6473/2538ฎีกา 4714/2533ฎีกา 1651/2514ฎีกา 4964/2537ฎีกา 2040/2535ฎีกา 1361/2517
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ