⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 837/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 837/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยอ้างใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนในชั้นฎีกา ถือเป็นข้อเท็จจริงที่มิได้ยกขึ้นว่ากล่าวมาแต่ต้น ต้องห้ามมิให้ฎีกา. อาวุธปืนที่ไม่มีหมายเลขทะเบียนของเจ้าพนักงานประทับไว้ เป็นอาวุธปืนที่ผู้ใดมีไว้เป็นความผิด ซึ่งศาลต้องมีคำสั่งให้ริบเสมอไป.

ย่อคำพิพากษา

ใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนของจำเลยตามที่อ้าง ไม่มีนายทะเบียนผู้ออกใบอนุญาตรับรองและจำเลยเพิ่งจะยื่นเข้ามาในชั้นฎีกา ถือได้ว่าเป็นข้อเท็จจริงที่มิได้ยกขึ้นว่ากล่าวมาแต่ต้นต้องห้ามมิให้ฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 249 ประกอบด้วย ป.วิ.อ.มาตรา 15 อาวุธปืนจำนวน 5 กระบอกตามฟ้องเป็นอาวุธปืนที่ไม่มีหมายเลขทะเบียนของเจ้าพนักงานประทับไว้ หาใช่อาวุธปืนที่มีหมายเลขทะเบียนซึ่งจำเลยได้รับอนุญาตตามใบอนุญาตของจำเลยที่แนบมาท้ายฎีกาไม่ ฉะนั้น การที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาให้ริบอาวุธปืนของกลางจำนวน 5 กระบอกดังกล่าว อันเป็นอาวุธปืนที่ผู้ใดมีไว้เป็นความผิด ซึ่งศาลต้องมีคำสั่งให้ริบเสมอไปจึงชอบด้วยกฎหมาย หลักฐานที่จำเลยอ้างมาเพื่อขอให้รอการกำหนดโทษ หรือรอการลงโทษจำเลยไว้ โจทก์มิได้โต้แย้งคัดค้าน และไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยกระทำผิดหรือได้รับโทษจำคุกมาก่อน ทั้งจำเลยได้ประกอบคุณงามความดีด้วยการปฏิบัติหน้าที่ให้แก่ประเทศชาติด้วยดีตลอดมาเป็นเวลานานถึง 30 ปี จนได้รับการยกย่อง จากทางราชการดัง ปรากฏตามหลักฐานดังกล่าว ถือได้ว่ามีเหตุอันควรปราณียังไม่สมควรที่จะให้จำเลยได้รับโทษถึงจำคุก เพื่อให้โอกาสจำเลยกลับตัวประพฤติตนเป็นพลเมืองดีของประเทศชาติต่อไป แต่ควรวางโทษปรับจำเลยอีกโสดหนึ่งด้วยเพื่อให้จำเลยเข็ดหลาบและมิให้กลับไปก่อความผิดใด ๆ ขึ้นอีก.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายอาญา ม.32 ประมวลกฎหมายอาญา ม.56

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490มาตรา 7, 55, 72, 78 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2522มาตรา 6, 8 คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 44 ลงวันที่21 ตุลาคม 2519 ข้อ 6 กฎกระทรวงฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2522) ลงวันที่1 กรกฎาคม 2522 ริบของกลางทั้งหมดยกเว้นอาวุธปืนพก ขนาด 9 มม.หมายเลขทะเบียน กท. 2712269 จำนวน 1 กระบอก จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานมีอาวุธปืนที่นายทะเบียนออกใบอนุญาตให้ไม่ได้ และฐานมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนวัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7,55, 72 วรรคหนึ่ง และวรรคสาม, 78 วรรคหนึ่ง ที่แก้ไขแล้ว กฎกระทรวงฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2522) ลงวันที่ 1 กรกฎาคม 2522 ลงโทษฐานมีอาวุธปืนที่นายทะเบียนออกใบอนุญาตให้ไม่ได้ จำคุก 2 ปี ฐานมีอาวุธปืนไม่มีทะเบียนเครื่องกระสุนปืน และมีอาวุธปืนมีทะเบียนของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานมีอาวุธปืนไม่มีทะเบียนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นบทหนัก จำคุก 2 ปี รวมจำคุก 4 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา78 จำคุก 2 ปี ริบของกลาง ยกเว้นอาวุธปืนพกขนาด 9 มม. หมายเลขทะเบียน กท. 2712269 จำนวน 1 กระบอก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษา ซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยฎีกาในข้อ (1) ว่า จำเลยมีใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนฉบับตัวจริงที่นายทะเบียนได้ออกให้จำเลยสำหรับอาวุธปืนตามฟ้องทุกกระบอก (ยกเว้นอาวุธปืนยาวอัดลมยี่ห้อครอสแมน) ตามใบอนุญาตเอกสารหมายเลข 1 ถึง 5 ที่แนบท้ายฎีกานั้น เห็นว่า ตามฟ้องระบุว่าจำเลยมีอาวุธปืนทั้งหมดรวม 5 กระบอกซึ่งใช้ยิงได้แต่เป็นปืนที่ไม่มีหมายเลขทะเบียนของเจ้าพนักงานประทับไว้ หาใช่อาวุธปืนซึ่งมีหมายเลขทะเบียนตามที่ระบุในใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนดังที่จำเลยฎีกาและแนบใบอนุญาตมาท้ายฎีกานี้ไม่นอกจากนี้ใบอนุญาตของจำเลยที่ฎีกามานั้น ไม่มีนายทะเบียนผู้ออกใบอนุญาตรับรองมาและจำเลยเพิ่งจะยื่นเข้ามาในชั้นฎีกาถือได้ว่าเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากล่าวมาแต่ต้นต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ทั้งขัดกับคำให้การรับสารภาพของจำเลยในชั้นพิจารณา แม้จำเลยจะอ้างว่าให้การรับสารภาพด้วยความสับสนและหลงผิด ก็รับฟังไม่ได้ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย สำหรับฎีกาของจำเลยในข้อ (2)ก. ที่ว่า ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาให้ริบอาวุธปืนของกลางไม่ชอบและไม่ถูกต้องนั้น เห็นว่าเมื่อฟังว่าอาวุธปืนจำนวน 5 กระบอก ตามฟ้องเป็นอาวุธปืนที่ไม่มีหมายเลขทะเบียนของเจ้าพนักงานประทับไว้ หาใช่อาวุธปืนที่มีหมายเลขทะเบียนซึ่งจำเลยได้รับอนุญาตตามใบอนุญาตของจำเลยที่แนบมาท้ายฎีกาไม่ ฉะนั้นการที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาให้ริบอาวุธปืนของกลางจำนวน 5 กระบอกดังกล่าว อันเป็นอาวุธปืนที่มีผู้ใดมีไว้เป็นความผิด ซึ่งศาลต้องมีคำสั่งให้ริบเสมอไป จึงชอบด้วยกฎหมายฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ส่วนฎีกาของจำเลยในข้อ (2)ข. ที่ว่าเครื่องกระสุนปืนตามคำฟ้อง เป็นเครื่องกระสุนปืนที่ใช้กับอาวุธปืนที่จำเลยได้รับอนุญาตให้มีและใช้โดยเฉพาะกระสุนปืนเอ็ม 16 และกระสุนปืนคาร์บิน ซึ่งในเชิงพาณิชย์ เรียกว่า กระสุนปืนขนาด .223และ .30 ตามลำดับ โดยโจทก์ฟ้องอ้างว่า กระสุนปืนดังกล่าวเป็นชนิดและขนาดที่นายทะเบียนออกใบอนุญาตให้ไม่ได้ ซึ่งไม่เป็นความจริงนั้น จำเลยไม่มีเจตนาทุจริต เห็นว่า จำเลยมิได้กล่าวแก้มาแต่ศาลชั้นต้นเพิ่งหยิบยกขึ้นมาในชั้นอุทธรณ์และฎีกา ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ทั้งขัดกับคำให้การรับสารภาพของจำเลย ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย สำหรับฎีกาของจำเลยข้อสุดท้ายที่ขอให้รอการกำหนดโทษหรือรอการลงโทษจำเลยไว้โดยจำเลยได้อ้างถึงประวัติในการปฏิบัติหน้าที่ในการประกอบคุณงามความดี โดยได้รับแต่งตั้งจากทางราชการให้ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านเมื่อปี 2505 ได้รับแต่งตั้งเป็นสารวัตรกำนันตำบลมวกเหล็กเมื่อปี 2507 ได้รับแต่งตั้งเป็นสารวัตรกำนันตำบลมิตรภาพปี 2514 ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ตำบลมิตรภาพเมื่อปี 2518 ได้รับแต่งตั้งเป็นกำนันตำบลมิตรภาพเมื่อปี 2518ได้รับประกาศนียบัตรยกย่องจากการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ได้รับรางวัลชั้นที่หนึ่งของจังหวัดสระบุรีในการปฏิบัติหน้าที่ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านเมื่อปี 2507 ได้รับรางวัลเป็นกำนันยอดเยี่ยมชั้นที่สองเมื่อปี 2522 ได้รับรางวัลกำนันยอดเยี่ยมปี 2525 และได้บริจาคเงินเพื่อการกุศลอีกหลายครั้ง ได้เข้ารับการอบรมทั้งในด้านการเมืองการสังคม ลูกเสือชาวบ้าน นายทะเบียนตำบล การฝึกอบรมคณะกรรมการสภาตำบล และโครงการแผ่นดินธรรมแผ่นดินทอง ปรากฏตามเอกสารหมาย 19ถึง 26 มาประกอบสนับสนุนนั้น เห็นว่า ตามหลักฐานที่จำเลยอ้างมาโจทก์หาได้โต้แย้งคัดค้านประการใดไม่ ทั้งไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยกระทำผิดหรือได้รับโทษจำคุกมาก่อน ทั้งจำเลยได้ประกอบคุณงามความดีด้วยการปฏิบัติหน้าที่ให้แก่ประเทศชาติด้วยดีตลอดมาเป็นเวลานานถึง 30 ปี จนได้รับการยกย่องจากทางราชการดังปรากฏตามหลักฐานเอกสารดังกล่าวข้างต้น ถือได้ว่ามีเหตุอันควรปราณี ยังไม่สมควรที่จะให้จำเลยได้รับโทษถึงจำคุก เพื่อให้โอกาสจำเลยกลับตัวประพฤติตนเป็นพลเมืองดีของประเทศชาติต่อไป แต่เพื่อให้จำเลยเข็ดหลาบและมิให้กลับไปก่อความผิดใด ๆ ขึ้นอีก จึงควรวางโทษปรับจำเลยอีกโสดหนึ่งด้วย..." พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ปรับจำเลยฐานมีอาวุธปืนไม่มีทะเบียนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตอีก 5,000 บาท รวมเป็นโทษจำคุก 2 ปี ปรับ 5,000 บาท จำเลยรับสารภาพมีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี ปรับ 2,500บาท ถ้าไม่ชำระค่าปรับให้บังคับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30ส่วนโทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนดกระทงละ 3 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 837/2534 พนักงานอัยการ จังหวัด สระบุรี โจทก์ นาย พิชิต หรือ เอี่ยว ชัยติวร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด สระบุรี · จำเลย - นาย พิชิต หรือ เอี่ยว ชัยติวร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จองทรัพย์ เที่ยงธรรม · พนม พ่วงภิญโญ · อุดม มั่งมีดี
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 770/2535ฎีกา 3206/2537ฎีกา 99/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2409/2551ฎีกา 3616/2558ฎีกา 7988/2551ฎีกา 5598/2540ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 664/2520ฎีกา 6911/2544ฎีกา 1360/2544ฎีกา 4519/2544ฎีกา 6321/2544ฎีกา 4432/2534ฎีกา 239/2484ฎีกา 8444/2538ฎีกา 6058/2538ฎีกา 1165/2537ฎีกา 1166/2491ฎีกา 674/2549ฎีกา 497/2539ฎีกา 459/2546
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ