⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 872/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 872/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากที่ดินพิพาท โดยอ้างว่าจำเลยละเมิดปลูกสร้างในที่ดินของโจทก์ และโจทก์เรียกค่าเสียหายเป็นค่าเช่าที่ควรจะได้รับ ถือเป็นคดีที่พิพาทกันด้วยกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องอ้างว่า จำเลยละเมิดปลูกสร้างร้านค้าและที่อยู่อาศัยของจำเลยในที่ดินพิพาทของโจทก์ ขอให้ศาลบังคับให้จำเลยรื้อถอนร้านค้าและที่อยู่อาศัยออกไปจากที่ดินพิพาท ซึ่งถ้าหากให้ผู้อื่นเช่าจะได้ค่าเช่าไม่น้อยกว่าเดือนละ 500 บาท จำเลยให้การว่าที่ดินพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของบุคคลภายนอก จึงเป็นคดีฟ้องขับไล่บุคคลในกรณีอื่นออกจากอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งในขณะยื่นคำฟ้องอาจให้เช่าได้ไม่เกินเดือนละ 5,000 บาท และจำเลยมิได้กล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์ เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษา ศาลชั้นต้นจึงห้ามคู่ความฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 วรรคสอง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.248

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสามร่วมกันละเมิดปลูกสร้างร้านค้าและที่อยู่อาศัยของจำเลยที่ 1 ในที่ดินพิพาทของโจทก์ ขอให้บังคับจำเลยที่ 1 รื้อถอนร้านค้าและที่อยู่อาศัยออกไปจากที่ดินพิพาทห้ามจำเลยที่ 1 และบริวารเข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินพิพาท ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าเสียหายรวม 1,200 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ15 ต่อปี นับแต่วันละเมิด ให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าเสียหายเท่ากับอัตราค่าเช่าที่ดินเดือนละ 500 บาท นับแต่วันละเมิด จำเลยทั้งสามให้การว่าที่ดินพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของบุคคลภายนอก ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยที่ 1 และบริวารออกจากที่ดินพิพาทพร้อมกับให้จำเลยที่ 1 ชำระค่าเสียหายเดือนละ 200 บาท นับจากวันละเมิดเป็นต้นไป ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสามฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้โจทก์ฟ้องอ้างว่าจำเลยทั้งสามร่วมกับละเมิดปลูกสร้างร้านค้าและที่อยู่อาศัยของจำเลยที่ 1 ในที่ดินพิพาทของโจทก์ ขอให้ศาลบังคับให้จำเลยที่ 1 รื้อถอนร้านค้าและที่อยู่อาศัยออกไปจากที่ดินพิพาท ซึ่งถ้าหากให้ผู้อื่นเช่าจะได้ค่าเช่าไม่น้อยกว่าเดือนละ 500 บาท จำเลยทั้งสามให้การอ้างว่าที่ดินพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของบุคคลภายนอก จึงเป็นคดีฟ้องขับไล่บุคคลในกรณีอื่นออกจากอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งในขณะยื่นคำฟ้องอาจให้เช่าได้ไม่เกินเดือนละ 5,000 บาท และจำเลยทั้งสามมิได้กล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์ เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ขับไล่จำเลยที่ 1 และบริวารออกจากที่ดินพิพาทพร้อมกับให้จำเลยที่ 1 ชำระค่าเสียหายเดือนละ 200 บาท จึงห้ามคู่ความฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 วรรคสอง ข้อที่จำเลยทั้งสามฎีกานั้นเป็นฎีกาดุลพินิจในการชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานของศาลจึงเป็นฎีกาในข้อเท็จจริงต้องห้ามตามบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าว ที่ศาลชั้นต้นรับฎีกาจำเลยทั้งสามไว้เป็นการไม่ถูกต้อง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย" พิพากษายกฎีกาจำเลยทั้งสาม ให้คืนค่าธรรมเนียม ศาลชั้นฎีกาทั้งหมดแก่จำเลยทั้งสาม ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 872/2534 ร้อยตำรวจตรี วีระ ภูนุช โจทก์ นาย บุญ รอด คำ ทอง สุข กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ร้อยตำรวจตรี วีระ ภูนุช · จำเลย - นาย บุญ รอด คำ ทอง สุข กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อากาศ บำรุงชีพ · พัลลภ พิสิษฐ์สังฆการ · อุดม เฟื่องฟุ้ง
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 746-750/2538ฎีกา 506/2507ฎีกา 44/2539ฎีกา 1645/2499ฎีกา 606/2489ฎีกา 909/2490ฎีกา 840/2537ฎีกา 2540/2539ฎีกา 3269/2537ฎีกา 1478/2523ฎีกา 5369/2537ฎีกา 2596/2544ฎีกา 1537/2482ฎีกา 2073/2538ฎีกา 9686/2539ฎีกา 38/2549ฎีกา 1533/2519ฎีกา 1056/2492ฎีกา 943/2520ฎีกา 1203/2549ฎีกา 401/2481ฎีกา 3552/2539ฎีกา 2662/2538ฎีกา 7578/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา