⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1217/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1217/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การนัดหยุดงานโดยสหภาพแรงงานที่ชอบด้วยกฎหมายย่อมมีผลผูกพันสมาชิกทุกคน และสิทธิดังกล่าวเป็นไปตามกฎหมายแรงงานสัมพันธ์ซึ่งเป็นกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน

ย่อคำพิพากษา

การนัดหยุดงานกระทำโดยสหภาพแรงงาน บ. ถือว่าเป็นการทำแทนลูกจ้างทุกคนที่เป็นสมาชิกของสหภาพแรงงานนั้น เมื่อได้มีการแจ้งนัดหยุดงานโดยชอบแล้ว สมาชิกของสหภาพแรงงานทุกคนมีสิทธิที่จะหยุดงานได้ สิทธิดังกล่าวเกิดขึ้นตาม พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ฯอันเป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.113 พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.5 พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.34

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ที่ 46/2534 เฉพาะที่เกี่ยวกับผู้กล่าวหาที่ 1 ที่ 2 ที่ 5ที่ 6 และที่ 7 และให้ถือว่าคำสั่งเลิกจ้างของโจทก์เป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย จำเลยทั้งสิบเอ็ดให้การว่า คำสั่งคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ที่ 46/2534 เป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "ที่โจทก์ขอแถลงการณ์ด้วยวาจานั้นเห็นว่าไม่จำเป็นจึงให้งด ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า ลูกจ้างของโจทก์ตั้งสหภาพแรงงานชื่อสหภาพแรงงานบางกอกกระสวยผู้กล่าวหาที่ 1 ที่ 2 ที่ 5 ที่ 6 และที่ 7 เป็นสมาชิกสหภาพแรงงานดังกล่าว เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2534 สหภาพแรงงานบางกอกกระสวยยื่นข้อเรียกร้องขอเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างต่อโจทก์ เมื่อสหภาพแรงงานยื่นข้อเรียกร้องดังกล่าวแล้ว ต่อมาเป็นข้อพิพาทแรงงานที่ตกลงกันไม่ได้แล้วในวันที่ 12 มิถุนายน 2534 ผู้กล่าวหาที่ 1 และที่ 2 ได้ทำหนังสือให้แก่โจทก์ว่า ได้รับทราบข้อเท็จจริงแล้ว จึงไม่ติดใจที่จะเรียกร้องใด ๆ ต่อโจทก์อีกต่อไปและมีความประสงค์จะเข้าทำงานปกติตามเอกสารหมาย จ.1 สหภาพแรงงานบางกอกกระสวยได้ใช้สิทธินัดหยุดงานตั้งแต่วันที่ 12 มิถุนายน 2534 เป็นต้นไป ต่อมาในวันที่ 18 ถึงวันที่ 22 มิถุนายน 2534 ผู้กล่าวหาที่ 1 และที่ 2ไม่ทำงาน โจทก์ถือว่าผู้กล่าวหาที่ 1 และที่ 2 ละทิ้งหน้าที่เกินกว่า 3 วันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร โจทก์จึงเลิกจ้างผู้กล่าวหาที่ 1 และที่ 2 ตามประกาศเลิกจ้างเอกสารหมาย จ.3 วันที่23 กรกฎาคม 2534 ซึ่งยังอยู่ในระหว่างข้อพิพาทแรงงานยังตกลงกันไม่ได้ สหภาพแรงงานบางกอกกระสวยขอยกเลิกการนัดหยุดงาน ต่อมาวันที่ 25 กรกฎาคม 2534 ผู้กล่าวหาที่ 5 ที่ 6 และที่ 7 ได้ทำหนังสือให้แก่โจทก์เช่นเดียวกับที่ผู้กล่าวหาที่ 1 และที่ 2 ทำให้แก่โจทก์ ตามเอกสารหมาย จ.1 และในวันเดียวกันดังกล่าวโจทก์ได้ใช้สิทธิปิดงานเฉพาะลูกจ้างที่เกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้องตามเอกสารหมาย ล.2 โดยเริ่มปิดงานตั้งแต่วันที่ 26 กรกฎาคม 2534เวลา 12 นาฬิกา เป็นต้นไป ผู้กล่าวหาที่ 5 ที่ 6 และที่ 7 ไม่ไปทำงานตั้งแต่วันที่ 26 กรกฎาคม 2534 ถึงวันที่ 1 สิงหาคม 2534โจทก์ถือว่าผู้กล่าวหาที่ 5 ที่ 6 และที่ 7 ละทิ้งหน้าที่เกินกว่า3 วันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรโจทก์จึงเลิกจ้างผู้กล่าวหาที่ 5 ที่ 6 และที่ 7 ตามประกาศเลิกจ้าง เอกสารหมายจ.4 คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า การที่ผู้กล่าวหาที่ 1 ที่ 2 ที่ 5 ที่ 6 และที่ 7 ได้ทำหนังสือให้แก่โจทก์ว่าได้รับทราบข้อเท็จจริงแล้ว จึงไม่ติดใจที่จะเรียกร้องใด ๆ ต่อโจทก์อีกต่อไป และมีความประสงค์จะเข้าทำงานตามปกติ ตามเอกสารหมายจ.1 เช่นนี้ ผู้กล่าวหาทั้งห้าจะยังคงมีสิทธิที่จะเข้าร่วมหยุดงานกับสหภาพแรงงานอีกต่อไปหรือไม่ พิเคราะห์แล้วเห็นว่า การนัดหยุดงานรายนี้กระทำโดยสหภาพแรงงานบางกอกกระสวย ซึ่งถือว่าเป็นการกระทำแทนลูกจ้างทุกคนที่เป็นสมาชิกของสหภาพแรงงานบางกอกกระสวยและเมื่อได้มีการแจ้งนัดหยุดงานโดยชอบแล้ว สมาชิกของสหภาพแรงงานทุกคนก็มีสิทธิที่จะหยุดงานได้ ซึ่งสิทธิดังกล่าวเกิดขึ้นตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 อันเป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนแม้ผู้กล่าวหาทั้งห้าจะได้ทำหนังสือตามเอกสารหมาย จ.1 ว่ามีความประสงค์จะเข้าทำงานตามปกติก็หาทำให้สิทธิที่จะหยุดงานที่มีอยู่ตามกฎหมายระงับไปไม่ ฉะนั้นการที่ผู้กล่าวหาที่ 1 และที่ 2 ไม่มาทำงานในระหว่างที่ยังอยู่ในช่วงระยะเวลานัดหยุดงานโดยชอบ จะถือว่าเป็นการละทิ้งหน้าที่โดยไม่มีเหตุผลอันสมควรมิได้ ส่วนผู้กล่าวหาที่ 5 ที่ 6 และที่ 7นั้น ข้อเท็จจริงปรากฏว่าไม่มาทำงาน เพราะโจทก์ปิดงาน ซึ่งก็มิใช่เป็นการละทิ้งหน้าที่โดยไม่มีเหตุผลอันสมควรเช่นกัน..." พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1217/2535 บริษัท บางกอก อุตสาหกรรม กระ สวย จำกัด โจทก์ นาย อร่าม สุทธะพินทุ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัท บางกอก อุตสาหกรรม กระ สวย จำกัด · จำเลย - นาย อร่าม สุทธะพินทุ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ตัน เวทไว · สมมาตร พรหมานุกูล · ชวลิต พรายภู่
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3245/2534ฎีกา 9395-9492/2550ฎีกา 4777/2549ฎีกา 548/2522ฎีกา 4800/2534ฎีกา 6232/2534ฎีกา 378/2531ฎีกา 2093/2532ฎีกา 230/2501ฎีกา 3583/2524ฎีกา 2657/2534ฎีกา 7420/2537ฎีกา 4573-5228/2544ฎีกา 4369/2530ฎีกา 6000-6040/2544ฎีกา 742/2490ฎีกา 3024/2528ฎีกา 2843/2532ฎีกา 2328-2329/2520ฎีกา 2242/2531ฎีกา 3053/2527ฎีกา 999/2531ฎีกา 1225-1235/2530ฎีกา 981/2524
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ