คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2197/2535
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอายัดเงินค่าหุ้นที่จำเลยชำระแล้ว จะกระทำได้ต่อเมื่อจำเลยพ้นจากการเป็นสมาชิกผู้ร้องแล้วเท่านั้น หากมีการบังคับให้ชำระหนี้โดยไม่รอให้เงื่อนไขสำเร็จก่อน ถือเป็นการฝ่าฝืนเงื่อนไขแห่งหนี้ และคำสั่งอายัดนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
สิทธิของจำเลยที่จะถอนคืนเงินค่าหุ้นที่ชำระแล้วเป็นสิทธิ ที่มีเงื่อนไขกล่าวคือจะถอนคืนได้ต่อเมื่อจำเลยพ้นจากการเป็นสมาชิกผู้ร้องแล้ว ฉะนั้น การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอายัดและกำหนดให้ผู้ร้องส่งมอบเงินค่าหุ้นของจำเลยแก่เจ้าพนักงานบังคับคดีภายใน7 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำสั่งนั้น เป็นการบังคับผู้ร้องให้ต้องชำระหนี้ตามสิทธิเรียกร้องแก่เจ้าพนักงานบังคับคดีโดยไม่ต้องรอให้เงื่อนไขสำเร็จก่อน จึงเป็นการฝ่าฝืนเงื่อนไขแห่งหนี้ ทำให้ผู้ร้องซึ่งเป็นบุคคลภายนอกมิใช่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาต้องได้รับความเสียหาย คำสั่งดังกล่าวจึงมิชอบด้วยบทบัญญัติ ป.วิ.พ.มาตรา 311 วรรคสอง ต้องออกคำสั่งอายัดใหม่.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้สืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระหนี้ตามสัญญากู้เงิน ศาลชั้นต้นพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความให้จำเลยชำระหนี้ตามฟ้องแก่โจทก์ จำเลยไม่ชำระ โจทก์ขอบังคับคดีศาลชั้นต้นได้ออกหมายอายัดเงินค่าหุ้นของจำเลย ซึ่งมีอยู่ต่อสหกรณ์ผู้ร้อง จำนวน 31,150 บาท โดยให้ผู้ร้องส่งมอบหรือชำระเงินดังกล่าวแก่เจ้าพนักงานบังคับคดีภายใน 7 วัน นับแต่วันได้รับคำสั่ง
ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า เงินค่าหุ้นดังกล่าวเป็นทุนของผู้ร้องจำเลยยังไม่มีสิทธิเรียกร้องเงินค่าหุ้นจนกว่าจะพ้นจากสมาชิกภาพหรือเลิกสหกรณ์และชำระบัญชีแล้วมีเงินเหลือคืนแก่จำเลย จำเลยเป็นหนี้ผู้ร้องมากกว่าจำนวนเงินค่าหุ้น ผู้ร้องมีสิทธิหักกลบลบหนี้หรือยึดหน่วงเงินค่าหุ้นไว้จนกว่าจะได้รับชำระหนี้ครบถ้วนตามระเบียบข้อบังคับของผู้ร้อง สมาชิกจะโอนขายหรือถอนหุ้นในระหว่างที่ยังเป็นสมาชิกอยู่ไม่ได้ การออกหมายอายัดดังกล่าวเป็นการบังคับคดีอันกระทบต่อสิทธิของบุคคลภายนอกโดยที่กฎหมายมิได้ให้อำนาจไว้ ขอให้เพิกถอนหมายอายัด
โจทก์คัดค้านว่า เงินค่าหุ้นดังกล่าวตกอยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีซึ่งไม่มีกฎหมายบัญญัติยกเว้นไว้ ขอให้ยกคำร้อง
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง
ผู้ร้องอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน
ผู้ร้องฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นฟังได้ว่าจำเลยเป็นสมาชิกและมีเงินค่าหุ้นอยู่ในสหกรณ์ผู้ร้อง จำเลยไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษาแก่โจทก์ ศาลชั้นต้นตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีและออกหมายอายัดตามคำขอของโจทก์ให้ผู้ร้องส่งมอบเงินค่าหุ้นของจำเลยแก่เจ้าพนักงานบังคับคดีภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำสั่ง ตามข้อบังคับของผู้ร้อง จำเลยจะถอนเงินดังกล่าวคืนระหว่างที่ตนเป็นสมาชิกอยู่ไม่ได้
คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่า การที่ศาลชั้นต้นออกหมายอายัดเงินค่าหุ้นของจำเลยที่มีอยู่ที่ผู้ร้องชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า สิทธิของจำเลยที่จะถอนคืนเงินค่าหุ้นที่ชำระแล้วเป็นสิทธิที่มีเงื่อนไข กล่าวคือจะถอนคืนได้ต่อเมื่อจำเลยพ้นจากการเป็นสมาชิกของผู้ร้องแล้ว ซึ่งในกรณีเช่นนี้เพื่อป้องกันสิทธิของเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาไว้มิให้เสียหาย ศาลอาจออกคำสั่งอายัดให้ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 311 วรรคสองแต่จะกำหนดในคำสั่งอายัดให้เป็นการฝ่าฝืนข้อจำกัด หรือเงื่อนไขแห่งหนี้นั้นหาได้ไม่ เพราะอาจมีผลกระทบต่อสิทธิของลูกหนี้แห่งสิทธิเรียกร้องซึ่งเป็นบุคคลภายนอกได้ ตามคำสั่งอายัดของศาลชั้นต้นที่กำหนดให้ผู้ร้องส่งมอบเงินค่าหุ้นของจำเลยแก่เจ้าพนักงานบังคับคดีภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำสั่งนั้น เป็นการบังคับผู้ร้องให้ต้องชำระหนี้ตามสิทธิเรียกร้องแก่เจ้าพนักงานบังคับคดีโดยไม่รอให้เงื่อนไขสำเร็จก่อน เป็นการฝ่าฝืนเงื่อนไขแห่งหนี้ทำให้ผู้ร้องซึ่งเป็นบุคคลภายนอกมิใช่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาต้องได้รับความเสียหาย จึงมิชอบด้วยบทบัญญัติมาตรา 311 วรรคสองดังกล่าวดังนั้น เมื่อผู้ร้องซึ่งเป็นบุคคลภายนอกทราบคำสั่งอายัดแล้วยื่นคำร้องปฏิเสธหรือโต้แย้งหนี้และข้อเท็จจริงฟังได้ตามคำร้องว่าหนี้ของผู้ร้องมีเงื่อนไขเช่นนี้ ศาลก็จำต้องออกคำสั่งอายัดเสียใหม่โดยคำนึงถึงเงื่อนไขแห่งหนี้นั้นด้วย มิฉะนั้นจะทำให้การบังคับคดีตามคำขอของโจทก์ มีผลกระทบต่อสิทธิของผู้ร้องซึ่งเป็นบุคคลภายนอกอันเป็นการผิดเจตนารมณ์ของบทกฎหมายที่กล่าวแล้ว ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้ยกคำร้องของผู้ร้อง ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาผู้ร้องฟังขึ้น"
พิพากษากลับ ให้ยกเลิกหมายอายัดฉบับลงวันที่ 17 มกราคม 2534และให้ศาลชั้นต้นออกคำสั่งอายัดใหม่โดยกำหนดให้ผู้ร้องส่งมอบเงินค่าหุ้นของจำเลยแก่เจ้าพนักงานบังคับคดีภายใน 7 วัน นับแต่วันที่จำเลยพ้นจากการเป็นสมาชิกของผู้ร้อง.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2197/2535
นาย ประมูล โพธิ์ สุวรรณ โจทก์
สหกรณ์ออมทรัพย์ ครู สกลนคร จำกัด ผู้ร้อง
นาย วิทยา อุปพงษ์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นาย ประมูล โพธิ์ สุวรรณ · ผู้ร้อง - สหกรณ์ออมทรัพย์ ครู สกลนคร จำกัด · จำเลย - นาย วิทยา อุปพงษ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประสิทธิ์ แสนศิริ · วิทวัส อยู่วัฒนา · ไพศาล รางชางกูร |
| แหล่งที่มา | สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ