⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2724/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2724/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลได้รับบาดเจ็บมีบาดแผลหลายแห่ง และแพทย์มีความเห็นว่าบาดแผลดังกล่าวเกิดจากการถูกกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงจนเส้นเลือดแตก และต้องใช้เวลาในการรักษา ถือว่าผู้นั้นได้รับอันตรายแก่กาย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ร่วมมีบาดแผลที่ถูกจำเลยทำร้ายคือ ศีรษะบวมโนด้านหลังดั้งจมูกช้ำ หลังมือขวาบวม ไหล่ซ้ายเขียวช้ำ แขนซ้ายท่อนล่างเขียวช้ำ หลังมือซ้ายเขียวช้ำ ชายโครงซ้ายเขียวช้ำ ศีรษะข้างขวาบวมจากลักษณะบาดแผลของโจทก์ร่วมดังกล่าว แม้จะเป็นเพียงบาดแผลและเขียวช้ำ แต่ก็มีบาดแผลถึง 8 แห่ง และแพทย์ผู้ตรวจชันสูตรบาดแผลมีความเห็นว่า บาดแผลดังกล่าวเกิดเพราะได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงเป็นเหตุให้เส้นเลือดฝอยและเส้นเลือดที่ใหญ่กว่าเส้นเลือดฝอยแตกต้องใช้เวลารักษาประมาณ 10 ถึง 15 วัน จึงจะหายเป็นปกติ ถือได้ว่าโจทก์ร่วมได้รับอันตรายแก่กาย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.295

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295และให้นับโทษต่อ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 ให้จำคุกจำเลย 3 เดือน ส่วนคำขอให้นับโทษต่อตามคดีที่อ้างนั้น ปรากฏว่าคดีดังกล่าวศาลกำหนดโทษแต่รอการลงโทษไว้ จึงนับโทษต่อไม่ได้ คำขอนี้ให้ยกเสีย จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยข้อต่อไปว่าบาดแผลที่โจทก์ร่วมได้รับ ถือได้หรือไม่ว่าเป็นอันตรายแก่กายหรือจิตใจของโจทก์ร่วม พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ตามผลการตรวจชันสูตรบาดแผลของแพทย์เอกสารหมาย จ.1 ปรากฏว่า โจทก์ร่วมมีบาดแผลคือ (1) ศีรษะบวมโนด้านหลัง (2) ดั้งจมูกช้ำ (3) หลังมือขวาบวม (4) ไหล่ซ้ายเขียวช้ำ (5) แขนซ้ายท่อนล่างเขียวช้ำ (6) หลังมือซ้ายเขียวช้ำ (7) ชายโครงซ้ายเขียวช้ำ (8) ศีรษะข้างขวาบวม จากลักษณะบาดแผลของโจทก์ร่วมดังกล่าว แม้ว่าจะเป็นเพียงบาดแผลบวมและเขียวช้ำ แต่ก็มีบาดแผลถึง 8 แห่ง และพันตำรวจเอกทวีศักดิ์แพทย์ผู้ตรวจชันสูตรบาดแผลเบิกความว่า บาดแผลดังกล่าวเกิดเพราะได้รับกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง เป็นเหตุให้เส้นเลือดฝอยและเส้นเลือดที่ใหญ่กว่าเส้นเลือดฝอยแตก ต้องใช้เวลารักษาประมาณ10 ถึง 15 วัน จึงจะหายเป็นปกติ กรณีดังกล่าวจึงถือได้ว่าโจทก์ร่วมได้รับอันตรายแก่กายแล้ว" พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษปรับจำเลย 2,000 บาท นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2724/2535 อัยการ กองคดี ศาลแขวง โจทก์ โจทก์ร่วม โจทก์ นาง วราภรณ์ กสิกิจนำชัย โจทก์ นาย เอี่ยมฮวด กาญจนะโภคิน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการ กองคดี ศาลแขวง · โจทก์ - โจทก์ร่วม · โจทก์ - นาง วราภรณ์ กสิกิจนำชัย · จำเลย - นาย เอี่ยมฮวด กาญจนะโภคิน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ตัน เวทไว · ชาติศักดิ์ ธรรมศักดิ์ · ชวลิต พรายภู่
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3987/2526ฎีกา 116/2503ฎีกา 1683/2523ฎีกา 962/2535ฎีกา 892/2537ฎีกา 1208/2508ฎีกา 505/2480ฎีกา 1357/2545ฎีกา 427/2482ฎีกา 3172/2526ฎีกา 887/2518ฎีกา 1867/2531ฎีกา 690/2468ฎีกา 688/2507ฎีกา 2284/2514ฎีกา 2155/2530ฎีกา 1336/2553ฎีกา 789/2480ฎีกา 7958/2555ฎีกา 333/2527ฎีกา 4289/2536ฎีกา 1224/2519ฎีกา 2716/2535ฎีกา 358/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา