⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2988/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2988/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ที่เกิดในราชอาณาจักรไทยโดยมารดาเป็นผู้มีสัญชาติไทย ย่อมได้สัญชาติไทยโดยการเกิดตามกฎหมาย แม้จะถูกถอนสัญชาติไปแล้ว การฟ้องคดีเพื่อยืนยันสิทธิในสัญชาติไทยก็ไม่ขาดอายุความหากเป็นการฟ้องภายในกำหนดเวลาที่กฎหมายกำหนดนับแต่วันที่ทราบเหตุแห่งการโต้แย้งสิทธิ

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ซึ่งเกิดในราชอาณาจักรไทยโดยมารดาเป็นผู้มีสัญชาติไทย ย่อมได้สัญชาติไทยโดยการเกิดตาม พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ.2508 มาตรา 7 (1) ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.สัญชาติ(ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535 มาตรา 4 ประกอบมาตรา 10 ซึ่งบัญญัติให้บทบัญญัติมาตรา 7 (1) แห่งพ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ.2508 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมดังกล่าวให้มีผลใช้บังคับกับผู้เกิดก่อนวันที่ พ.ร.บ.สัญชาติ(ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535 ใช้บังคับด้วย โจทก์มีสัญชาติไทยแล้วตั้งแต่เกิด แต่กลับถูกถอนสัญชาติไทยแล้วนำไปจดแจ้งไว้ในทะเบียนบ้านญวนอพยพอันเป็นสัญชาติอื่น ถือได้ว่าโจทก์ถูกโต้แย้งสิทธิว่าไม่ได้เป็นบุคคลที่มีสัญชาติไทยตลอดมานับแต่ถูกถอนสัญชาติ ดังนั้นแม้โจทก์ฟ้องคดีเกิน 10 ปี นับแต่ทราบเหตุโต้แย้งสิทธิดังกล่าวคดีโจทก์ก็ไม่ขาดอายุความ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.163 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.164 พระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535 ม.4 พระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535 ม.10 พระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.2508 ม.7

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่าโจทก์ทั้งเจ็ดเป็นคนสัญชาติไทย ให้จำเลยถอนชื่อโจทก์ทั้งเจ็ดออกจากทะเบียนบ้านญวนอพยพ จำเลยให้การว่า โจทก์ทั้งเจ็ดเป็นบุตรคนญวนอพยพอยู่ในข่ายที่ถูกถอนสัญชาติไทยตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๓๓๗ คดีโจทก์ขาดอายุความ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์ทั้งเจ็ดอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษากลับว่า โจทก์ทั้งเจ็ดเป็นบุคคลมีสัญชาติไทย ให้จำเลยถอนชื่อโจทก์ทั้งเจ็ดออกจากทะเบียนบ้านญวนอพยพ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่ามารดาของโจทก์ทั้งเจ็ดเป็นคนสัญชาติไทยโจทก์ทั้งเจ็ดซึ่งเกิดในราชอาณาจักรไทยโดยมารดาเป็นผู้มีสัญชาติไทยย่อมได้สัญชาติไทยโดยการเกิดตามพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.๒๕๐๘ มาตรา ๗ (๑) ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสัญชาติ(ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๓๕ มาตรา ๔ ประกอบมาตรา ๑๐ ซึ่งบัญญัติให้บทบัญญัติมาตรา ๗ (๑) แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.๒๕๐๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ให้มีผลใช้บังคับกับผู้เกิดก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับด้วย ทั้งพระราชบัญญัตินี้มาตรา ๓ ให้ยกเลิกประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๓๓๗ ลงวันที่ ๑๓ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๑๕ แล้ว โจทก์ทั้งเจ็ดจึงเป็นบุคคลผู้ได้สัญชาติไทยโดยการเกิดตามบทบัญญัติกฎหมายที่แก้ไขเพิ่มเติมดังกล่าว ฎีกาจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ทั้งเจ็ดขาดอายุความเพราะทราบเหตุถูกถอนสัญชาติไทยเกินกว่า ๑๐ ปีแล้วนั้น เห็นว่า เมื่อโจทก์ทั้งเจ็ดมีสัญชาติไทยแล้วตั้งแต่เกิด แต่กลับถูกถอนสัญชาติไทยแล้วนำไปจดแจ้งไว้ในทะเบียนบ้านญวนอพยพอันเป็นสัญชาติอื่น ถือได้ว่าโจทก์ทั้งเจ็ดถูกโต้แย้งสิทธิว่าไม่ได้เป็นบุคคลที่มีสัญชาติไทยตลอดมานับแต่ถูกถอนสัญชาติใน พ.ศ.๒๕๑๘ ดังนั้นแม้โจทก์จะมาฟ้องร้องคดีนี้เกิน ๑๐ ปี นับแต่ทราบเหตุโต้แย้งสิทธิดังกล่าว คดีโจทก์ก็ไม่ขาดอายุความ ฎีกาจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2988/2535 นางสาวลาน เลทิ กับพวก โจทก์ นายสรศักดิ์ สร้อยสนธิ์ ในฐานะ นายทะเบียนอำเภอศรีเชียงใหม่ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาวลาน เลทิ กับพวก · ในฐานะ - นายสรศักดิ์ สร้อยสนธิ์ · จำเลย - นายทะเบียนอำเภอศรีเชียงใหม่
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชาติศักดิ์ ธรรมศักดิ์ · ตัน เวทไว · ชวลิต พรายภู่
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดหนองคาย - นายไพจิตร สวัสดิสาร · ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ - นายทวีชัย เจริญบัณฑิต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 472/2526ฎีกา 1450/2536ฎีกา 621/2519ฎีกา 4015/2528ฎีกา 4145/2532ฎีกา 4082/2530ฎีกา 1457/2526ฎีกา 2384/2536ฎีกา 1055/2492ฎีกา 2093/2532ฎีกา 1882/2518ฎีกา 213/2531ฎีกา 1531/2526ฎีกา 3662/2525ฎีกา 6468/2537ฎีกา 2228/2531ฎีกา 2768/2519ฎีกา 916/2509ฎีกา 1959/2529ฎีกา 156/2513ฎีกา 2494/2531ฎีกา 1430-1432/2510ฎีกา 602/2490ฎีกา 746/2533
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา