⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3012/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3012/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาประกันแต่ละฉบับถือเป็นคนละราย และความรับผิดแบ่งแยกเป็นส่วนสัดกัน หากทุนทรัพย์ในแต่ละรายไม่เกินห้าหมื่นบาท ห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องให้จำเลยชำระค่าปรับตามสัญญาประกันผู้ต้องหา 2 ฉบับถือว่าสัญญาประกันแต่ละฉบับเป็นคนละรายแบ่งแยกรับผิดเป็นส่วนสัดกันเมื่อทุนทรัพย์แต่ละรายไม่เกินห้าหมื่นบาท โจทก์จำเลยจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.29 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.248

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เจ้าพนักงานตำรวจได้ทำการจับกุมนายคำภา พันธ์พงษ์และนายเฉลิมพล นาเมือง จำเลยได้ทำสัญญาประกันให้ไว้แก่โจทก์ขอประกันตัวนายคำภา พันธ์พงษ์ และนายเฉลิมพล นาเมือง ผู้ต้องหาดังกล่าวเป็นจำนวนเงินคนละ 40,000 บาท ต่อมาจำเลยไม่สามารถส่งตัวผู้ต้องหาทั้งสองให้แก่โจทก์ตามกำหนดนัดอันเป็นการผิดสัญญาขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 80,000 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า จำเลยไม่ได้ผิดสัญญาประกัน ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 50,000 บาทแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงินจำนวน30,000 บาท แก่โจทก์ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 บัญญัติว่า "ในคดีที่ราคาทรัพย์สินหรือจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทไม่เกินห้าหมื่นบาท และศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลชั้นต้น หรือเพียงแต่แก้ไขเล็กน้อย ห้ามมิให้คู่ความฎีกาในข้อเท็จจริง ฯลฯ" สำหรับคดีนี้โจทก์ฟ้องจำเลยเรียกเงินค่าปรับตามสัญญาประกันตัวนายคำภา พันธ์พงษ์ ผู้ต้องหาจำนวน 40,000 บาทตามสัญญาประกันเอกสารหมาย ป.จ. 1 และโจทก์ฟ้องจำเลยเรียกเงินค่าปรับตามสัญญาประกันตัวนายเฉลิมพล นาเมือง ผู้ต้องหาจำนวน40,000 บาท ตามสัญญาประกันเอกสารหมาย ป.จ.2 โดยโจทก์ฟ้องจำเลยเรียกเงินดังกล่าวรวมมาในฟ้องฉบับเดียวกัน ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินค่าปรับตามสัญญาประกันเอกสารหมาย ป.จ.1จำนวน 40,000 บาท และให้จำเลยชำระค่าปรับตามสัญญาประกันเอกสารหมาย ป.จ.2 จำนวน 10,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย ศาลอุทธรณ์ภาค 1พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงินค่าปรับตามสัญญาประกันเอกสารหมาย ป.จ.1 จำนวน 20,000 บาท นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ดังกล่าวเป็นการแก้ไขเล็กน้อย โจทก์ฎีกาขอให้จำเลยชำระค่าปรับเต็มจำนวนตามที่ระบุไว้ในสัญญาประกันเอกสารหมาย ป.จ.1 และจำเลยฎีกาขอให้ลดค่าปรับแก่จำเลยซึ่งเป็นฎีกาโต้เถียงในข้อเท็จจริงและทุนทรัพย์ในคดีนี้ก็ต้องถือตามจำนวนเงินในสัญญาประกันเอกสารหมายป.จ.1 และ ป.จ.2 แต่ละฉบับ คือฉบับละ 40,000 บาท เพราะค่าปรับตามสัญญาประกันเอกสารหมายป.จ.1 และ ป.จ.2 เป็นคนละรายแบ่งแยกรับผิดเป็นส่วนสัดกัน เมื่อทุนทรัพย์แต่ละรายไม่เกินห้าหมื่นบาทเช่นนี้ ฎีกาของโจทก์และจำเลยจึงต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าวข้างต้น ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้" พิพากษายกฎีกาโจทก์จำเลย. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3012/2535 พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธร อำเภอ สหัสขันธ์ โจทก์ นาย หว่อ ตา สิงห์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธร อำเภอ สหัสขันธ์ · จำเลย - นาย หว่อ ตา สิงห์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประสิทธิ์ แสนศิริ · วิทวัส อยู่วัฒนา · ไพศาล รางชางกูร
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5302/2548ฎีกา 1015/2509ฎีกา 824/2519ฎีกา 1590/2513ฎีกา 4015/2528ฎีกา 83-84/2529ฎีกา 1229/2545ฎีกา 2812/2539ฎีกา 1030/2509ฎีกา 817/2490ฎีกา 1339/2543ฎีกา 8732/2549ฎีกา 2186/2550ฎีกา 891/2510ฎีกา 825/2509ฎีกา 6058/2538ฎีกา 6455/2538ฎีกา 142/2530ฎีกา 2290/2535ฎีกา 5911-5913/2533ฎีกา 1783/2527ฎีกา 1286-1287/2503ฎีกา 6196/2537ฎีกา 854/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ