⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3265/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3265/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องโดยปิดหมายไว้ที่ภูมิลำเนาของจำเลย และมีบุคคลในครอบครัวรับไว้แทน ถือว่าเป็นการส่งโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว หากจำเลยมิได้ยื่นคำให้การภายในกำหนด ถือว่าขาดนัด * การก่อสร้างอาคารโดยไม่เว้นแนวอาคารให้ห่างจากถนนและทางสาธารณะตามที่กฎหมายกำหนด ถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและกระทบต่อความปลอดภัย การสัญจร และการรักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง ศาลไม่อาจอนุญาตให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงอาคารให้ถูกต้องตามที่ขอได้

ย่อคำพิพากษา

ส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องแก่จำเลยที่ 1 ที่ภูมิลำเนาแล้ว มีคนอยู่แต่ไม่ยอมรับไว้แทน บุคคลที่อยู่ในบ้านเลขที่ดังกล่าวเป็นบุคคลในวงเครือญาติกัน เชื่อว่าต้องแจ้งให้จำเลยที่ 1ทราบแล้ว นับแต่วันปิดหมายจนถึงวันครบกำหนดยื่นคำให้การเป็นเวลานานถึง 23 วัน มีเวลาเพียงพอแต่จำเลยที่ 1 มิได้ยื่นคำให้การ ถือว่าจำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การ ปลูกสร้างอาคารพิพาทขึ้นใหม่ทั้งหลังโดยไม่เว้นแนวอาคารให้ห่างจากถนนและด้านหลังอาคารก็มิได้เว้นห่างจากจุดศูนย์กลางของตรอกซึ่งเป็นทางสาธารณะตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง ควบคุมการก่อสร้าง พ.ศ.2522 ข้อ 72 และข้อ 76 (4) อันเป็นการกระทบกระเทือนต่อความปลอดภัยและป้องกันอัคคีภัยการสัญจรไปมาและการรักษาอาคารให้เป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง ศาลฎีกาไม่อาจใช้ดุลพินิจให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงอาคารดังกล่าวให้ถูกต้องตามที่จำเลยที่ 2 ขออนุญาตได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง ควบคุมการก่อสร้างอาคาร พ.ศ.2522 ม.72 ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง ควบคุมการก่อสร้างอาคาร พ.ศ.2522 ม.76 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.197 พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ม.21 พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ม.22

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า อาคารพิพาทได้ก่อสร้างโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นและขัดต่อข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร ทั้งไม่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้ถูกต้องได้ จำเลยที่ ๑ ในฐานะผู้เป็นเจ้าของและจำเลยที่ ๒ ในฐานะผู้ครอบครองจึงมีหน้าที่ต้องรื้อถอนอาคารที่ก่อสร้างโดยไม่ได้รับอนุญาตและฝ่าฝืนข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครออกไป โจทก์ได้มีคำสั่งให้จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ รื้อถอนอาคารภายใน ๓๐ วันแล้ว แต่จำเลยทั้งสองเพิกเฉย ขอบังคับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรื้อถอนอาคารตึกแถวเลขที่ ๒๒๘ ถนนวรจักร แขวงบ้านบาตร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร ทั้งหมดออกไป ถ้าจำเลยทั้งสองไม่รื้อถอนหรือไม่อาจรื้อถอนก็ให้โจทก์รื้อถอนได้เองตามมาตรา ๔๒ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.๒๕๒๒ โดยให้จำเลยทั้งสองเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายแทนโจทก์ จำเลยที่ ๑ ขาดนัดยื่นคำให้การ และต่อมาจำเลยที่ ๑ ยื่นคำร้องขออนุญาตยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วมีคำสั่งไม่อนุญาต จำเลยที่ ๒ ให้การว่า จำเลยที่ ๒ มิได้เป็นผู้ก่อสร้างดัดแปลงหรือกระทำการใด ๆในตัวอาคารพิพาท จำเลยที่ ๒ มีสิทธิครอบครองและใช้สอยอาคารพิพาทในฐานะผู้เช่าตามสัญญาเช่าขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรื้อถอนอาคารตึกแถวเลขที่ ๒๒๘ ถนนวรจักร แขวงบ้านบาตร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร ทั้งหมดออกไป หากจำเลยทั้งสองไม่รื้อถอนก็ให้โจทก์รื้อถอนได้เอง โดยให้จำเลยทั้งสองออกค่าใช้จ่าย จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเป็นที่ยุติว่า พนักงานเดินหมายได้นำหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องไปส่งให้แก่จำเลยที่ ๑ ที่บ้านเลขที่ ๑๖๓๑/๗๓ ถนนจันทร์ แขวงทุ่งวัดดอนเขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร ที่จำเลยที่ ๑ มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านพร้อมกับบิดามารดาและพี่น้องอีก ๕ คน โดยพนักงานเดินหมายนำหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องไปส่งถึง ๒ ครั้งครั้งแรกเมื่อวันที่ ๒๔ กันยายน ๒๕๒๙ พบหญิงอายุประมาณ ๒๓ ปี แจ้งว่าจำเลยที่ ๑ ไปทำงานและไม่ยอมรับไว้แทน และครั้งที่ ๒ เมื่อวันที่ ๔ ตุลาคม ๒๕๒๙ พบหญิงอายุประมาณ๒๓ ปี ไม่ยอมรับ จึงได้ปิดหมายไว้ตามคำสั่งศาล เห็นว่า ได้มีการส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องแก่จำเลยที่ ๑ ที่ภูมิลำเนาแล้ว มีคนอยู่แต่ไม่ยอมรับไว้แทน บุคคลที่อยู่ในบ้านเลขที่ดังกล่าวเป็นบุคคลในวงเครือญาติกัน เชื่อว่าต้องแจ้งให้จำเลยที่ ๑ ทราบเรื่องที่ถูกฟ้องแล้วนับแต่วันปิดหมายจนถึงวันครบกำหนดยื่นคำให้การเป็นเวลานานถึง ๒๓ วัน มีเวลาเพียงพอที่จะยื่นคำให้การต่อสู้คดีได้ ที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งและคำพิพากษาว่าจำเลยที่ ๑ จงใจขาดนัดยื่นคำให้การนั้นชอบแล้ว ส่วนฎีกาของจำเลยที่ ๒ ที่ว่า หากจะรื้อถอนอาคารพิพาทที่จำเลยที่ ๒เช่าอยู่ก็จะไม่เกิดประโยชน์แก่ทางราชการหรือการจราจร และป้องปราบหรือป้องกันอุบัติเหตุแต่อย่างใด เพราะอาคารพิพาทอยู่ในระดับเดียวกันกับอาคารอื่น เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมขอศาลฎีกาได้โปรดไม่ให้มีการรื้อถอน แต่ให้มีการอนุญาตให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงให้ถูกต้องต่อไป นั้นเห็นว่า นางรัชนีปลูกสร้างอาคารพิพาทขึ้นใหม่ทั้งหลังโดยไม่เว้นแนวอาคารให้ห่างจากถนนและด้านหลังอาคารก็มิได้เว้นห่างจากจุดศูนย์กลางของตรอกซึ่งเป็นทางสาธารณะตามข้อบัญญัติของกรุงเทพมหานคร เรื่อง ควบคุมการก่อสร้าง พ.ศ.๒๕๒๒ ข้อ ๗๒ และข้อ ๗๖ (๔) อันเป็นการกระทบกระเทือนต่อความปลอดภัยและป้องกันอัคคีภัย การสัญจรไปมาและการรักษาอาคารให้เป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง ซึ่งศาลฎีกาไม่อาจใช้ดุลพินิจให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงอาคารดังกล่าวให้ถูกต้องได้ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3265/2535 ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โจทก์ นายไพโรจน์ ธนสินอนันต์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร · จำเลย - นายไพโรจน์ ธนสินอนันต์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จรัส อุดมวรชาติ · ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · อุไร คังคะเกตุ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นางเมทินี ชโลธร · ศาลอุทธรณ์ - นายดุสิต เพชรปลูก
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 280/2530ฎีกา 423/2555ฎีกา 1010/2520ฎีกา 2574/2556ฎีกา 813/2528ฎีกา 5768/2534ฎีกา 3085/2540ฎีกา 163/2507ฎีกา 726/2512ฎีกา 1644/2519ฎีกา 2971/2522ฎีกา 4378/2531ฎีกา 431/2539ฎีกา 3426/2534ฎีกา 1296/2510ฎีกา 1510/2520ฎีกา 640/2549ฎีกา 3178/2533ฎีกา 859/2538ฎีกา 377/2493ฎีกา 1554/2524ฎีกา 2514/2538ฎีกา 553/2532ฎีกา 1773/2524
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา