⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3717/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3717/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอ้างสิทธิภารจำยอมโดยอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1401 เป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องโดยมีข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาเพียงว่าจำเลยยินยอมให้โจทก์ใช้ที่ดินเป็นทางภารจำยอมไปสู่ทางสาธารณะแล้วต่อมาจำเลยปิดกั้นทางเดิน ขอให้บังคับจำเลยเปิดทางและจดทะเบียนเป็นภารจำยอมเท่านั้น ฉะนั้น การที่โจทก์ฎีกาว่าได้สิทธิภารจำยอมมาโดยอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1401 จึงเป็นฎีกาในข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1387 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1393 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1401

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า โจทก์มีสิทธิครอบครองที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 1996 ตำบลเกิ้งอำเภอเมืองมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม โดยซื้อจากนายคำดีกลางยาแสน จำเลยเคยมีข้อตกลงให้นายคำดีใช้ที่ดินของจำเลยเข้าออกทางสาธารณะ เป็นทางกว้าง 3 เมตร ยาว 8 เมตร ก่อนโจทก์ซื้อที่ดินได้สอบถามนายคำดีและจำเลยแล้วรับว่า สามารถใช้ทางเข้าออกได้ ต่อมาโจทก์ได้ขนไม้และวัสดุก่อสร้างบ้านเพื่อไปปลูกสร้าง แต่จำเลยทำรั้วปิดกั้นทางเดิน ขอให้บังคับจำเลยเปิดทางเดินเข้าออกจากที่ดินโจทก์ถึงทางสาธารณะ กว้าง 3 เมตร ยาว8 เมตร โดยให้ไปจดทะเบียนเป็นภารจำยอมหากจำเลยไม่ไปให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย จำเลยให้การว่า จำเลยเป็นเจ้าของที่ดินตามแผนที่สังเขปท้ายฟ้องหมายเลข 2, และเลข 3 ไม่เคยตกลงยินยอมให้นายคำดีหรือโจทก์ใช้ทางเดินเข้าออกในที่ดินของจำเลย โจทก์ใช้คันคูคลองส่งน้ำของกรมชลประทานเป็นทางเข้าออก ที่ดินของจำเลยมีเนื้อที่เพียง 35 ตารางวา มีบ้านของจำเลย 1 หลัง ของนางนาง อุคลี1 หลัง และยุ้งข้าวอีก 1 หลังปลูกเต็มพื้นที่ ที่ดินด้านที่ติดต่อกันมีรั้วกั้นเป็นคอนกรีตถาวร โจทก์ซื้อที่ดินเพราะคาดว่าจะใช้ที่ดินข้างเคียงของญาติโจทก์เป็นทางเข้าออกแต่ญาติของโจทก์ไม่ยินยอม ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่โจทก์ฎีกาว่า เดิมที่ดินพิพาทเป็นของเจ้าของเดียวกันต่อมามีการแยกแบ่งขายโดยเจตนาผู้ขายได้ยินยอมให้ผู้ซื้อใช้เป็นทางเดินเข้าออกมานานเกินกว่า 10 ปีแล้วสิทธิดังกล่าวจึงสืบต่อกันมาจนกระทั่งถึงโจทก์ โจทก์จึงได้สิทธิโดยอายุความเกินกว่า 10 ปี จำเลยมีหน้าที่ต้องรับภาระไปทั้งสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1401 แม้จะไม่ได้จดทะเบียนก็สมบูรณ์ตามกฎหมาย นั้น เห็นว่า โจทก์บรรยายฟ้องโดยมีข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาเพียงว่า จำเลยยินยอมให้โจทก์ใช้ที่ดินหมายเลข 3 เป็นทางภารจำยอมไปสู่ทางสาธารณะ แล้วต่อมาจำเลยปิดกั้นทางเดิน ขอให้บังคับจำเลยเปิดทางเดินและจดทะเบียนเป็นภารจำยอมเท่านั้น การที่โจทก์ฎีกาว่าโจทก์ได้สิทธิภารจำยอมมาโดยอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1401 นั้นจึงเป็นฎีกาในข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย พิพากษายกฎีกาของโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3717/2535 นาง คำ กอง หา ทอน โจทก์ นาย หวด เวียงนนท์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง คำ กอง หา ทอน · จำเลย - นาย หวด เวียงนนท์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ยงยุทธ ธารีสาร · มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ · พรชัย สมรรถเวช
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 163/2491ฎีกา 4884/2543ฎีกา 4300/2543ฎีกา 770/2535ฎีกา 6025/2538ฎีกา 3206/2537ฎีกา 99/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2409/2551ฎีกา 3616/2558ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1030/2509ฎีกา 2320/2543ฎีกา 710/2542ฎีกา 4415/2528ฎีกา 8884/2543ฎีกา 194/2543ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 4041/2542ฎีกา 1360/2544ฎีกา 6039/2537ฎีกา 377/2536ฎีกา 2520/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา