⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3746/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3746/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาประนีประนอมยอมความที่กำหนดค่าเสียหายไว้ล่วงหน้าถือเป็นเบี้ยปรับตามกฎหมาย และศาลมีอำนาจลดเบี้ยปรับลงได้ตามที่เห็นสมควร

ย่อคำพิพากษา

หลังจากจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 2 ขับรถยนต์ชนเสาอากาศวิทยุของโจทก์เสียหายเป็นเงิน 35,752 บาทแล้ว จำเลยทั้งสองได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับโจทก์มีข้อความสรุปได้ว่าจำเลยทั้งสองตกลงจะซ่อมแซมและติดตั้งเสาอากาศวิทยุและอุปกรณ์วิทยุให้ถูกต้องสามารถใช้การได้ดี แข็งแรงได้มาตรฐานของทางราชการให้แล้วเสร็จภายในกำหนด 20 วันนับตั้งแต่วันทำสัญญา ถ้าจำเลยทั้งสองผิดสัญญายอมชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์จำนวน 90,000 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี ในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันผิดสัญญาจนกว่าจะชำระเสร็จ ค่าเสียหายจำนวน 90,000 บาทตามหนังสือสัญญาประนีประนอมยอมความที่โจทก์และจำเลยทั้งสองตกลงกันไว้นั้น เป็นค่าเสียหายที่คู่สัญญาตกลงกันไว้ล่วงหน้าจึงเป็นเบี้ยปรับตามมาตรา 379 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์และเบี้ยปรับนั้นแม้จะได้กำหนดกันไว้ในสัญญา แต่ก็มิได้บังคับไว้โดยเด็ดขาดว่าจะต้องให้เป็นไปตามนั้น ศาลมีอำนาจลดเบี้ยปรับลงเป็นจำนวนพอสมควรได้ตามมาตรา 383 วรรคแรก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.379 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.383 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.850

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 2 ได้ขับรถยนต์ของจำเลยที่ 2 เฉี่ยวชนเสาอากาศวิทยุของโจทก์โค่นล้มเสียหายคิดเป็นเงิน 35,752 บาท ต่อมาจำเลยทั้งสองได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับโจทก์ว่า จำเลยทั้งสองยินยอมซ่อมแซมและติดตั้งเสาอากาศวิทยุและอุปกรณ์วิทยุที่เสียหายให้ถูกต้องได้มาตรฐานของทางราชการและใช้การได้ดีให้แล้วเสร็จภายใน 20 วันนับแต่วันทำสัญญา ถ้าหากไม่สามารถซ่อมแซมและติดตั้งเสาอากาศวิทยุให้แล้วเสร็จภายในกำหนดจำเลยทั้งสองยินดีชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ 90,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปีนับแต่วันผิดสัญญา ต่อมาจำเลยทั้งสองมิได้ปฏิบัติการให้เป็นไปตามสัญญา เป็นการผิดสัญญาข้อ 7 ด้วยซึ่งระบุว่า ไม่ว่ากรณีจะเป็นประการใดก็ตาม ถ้าจำเลยทั้งสองผิดสัญญาข้อหนึ่งข้อใดยินยอมชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ เป็นเงินจำนวน 90,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปีจนกว่าจะชำระเสร็จขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 90,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี นับตั้งแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จให้โจทก์ จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ 2ขาดนัดยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 45,000 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จให้โจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 45,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปีในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระให้โจทก์เสร็จนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้เป็นยุติว่า หลังจากจำเลยที่ 1 ขับรถยนต์ชนเสาอากาศวิทยุของโจทก์เสียหายเป็นเงิน35,752 บาทแล้ว จำเลยทั้งสองได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับโจทก์ตามเอกสารหมาย จ.1 ซึ่งมีข้อความสรุปได้ว่า จำเลยทั้งสองตกลงจะซ่อมแซมและติดตั้งเสาอากาศวิทยุและอุปกรณ์วิทยุให้ถูกต้องสามารถใช้การได้ดี แข็งแรงได้มาตรฐานของทางราชการให้แล้วเสร็จภายในกำหนด 20 วันนับตั้งแต่วันทำสัญญา ถ้าจำเลยทั้งสองผิดสัญญายอมชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์จำนวน 90,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี ในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันผิดสัญญาจนกว่าจะชำระเสร็จ ต่อมาจำเลยทั้งสองผิดสัญญา คดีมีปัญหาที่จะวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ว่า ค่าเสียหายจำนวน 90,000 บาท เป็นเบี้ยปรับหรือไม่ เห็นว่าค่าเสียหายจำนวน 90,000 บาท ตามหนังสือสัญญาประนีประนอมยอมความเอกสารหมาย จ.1 ที่โจทก์และจำเลยทั้งสองตกลงกันไว้นั้น เป็นค่าเสียหายที่คู่สัญญาตกลงกันไว้ล่วงหน้าจึงเป็นเบี้ยปรับตามมาตรา 379 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และเบี้ยปรับนั้นแม้จะได้กำหนดกันไว้ในสัญญา แต่ก็มิได้บังคับไว้โดยเด็ดขาดว่าจะต้องให้เป็นไปตามนั้นศาลมีอำนาจลดเบี้ยปรับลงเป็นจำนวนพอสมควรได้ตามมาตรา 383 วรรคแรก แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และเมื่อปรากฏว่าความเสียหายของโจทก์ทั้งหมดมีเพียง35,752 บาทเท่านั้น การที่กำหนดเบี้ยปรับไว้กรณีผิดสัญญาจำนวน90,000 บาท จึงเป็นเบี้ยปรับที่กำหนดไว้สูงเกินไป ที่ศาลอุทธรณ์กำหนดเบี้ยปรับคงเหลือ 45,000 บาทเป็นจำนวนพอสมควรแล้วศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3746/2535 กรมการปกครอง โจทก์ นาย ชาญณรงค์ นิคมเขตต์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - กรมการปกครอง · จำเลย - นาย ชาญณรงค์ นิคมเขตต์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บุญสิน ตุลากัน · ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · อัมพร ทองประยูร
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1345/2532ฎีกา 458/2535ฎีกา 591/2531ฎีกา 1471/2542ฎีกา 8688/2551ฎีกา 3414/2541ฎีกา 3616/2558ฎีกา 2335/2551ฎีกา 1000/2505ฎีกา 6232/2534ฎีกา 2460/2517ฎีกา 643/2497ฎีกา 233/2536ฎีกา 7051/2540ฎีกา 898/2534ฎีกา 8207/2538ฎีกา 953/2505ฎีกา 1225-1235/2530ฎีกา 174/2538ฎีกา 5712/2545ฎีกา 9326-9327/2544ฎีกา 380/2530ฎีกา 2157/2543ฎีกา 718/2550
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา