คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1428/2536
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากโจทก์ไม่มาศาลตามกำหนดนัด โดยไม่มีเหตุอันสมควร ศาลมีอำนาจสั่งยกฟ้องคดีได้ และการที่โจทก์คาดคะเนว่าศาลจะอนุญาตให้เลื่อนคดีได้เองนั้น ไม่ถือเป็นเหตุอันสมควรที่จะขอให้ศาลพิจารณาคดีใหม่ได้
ย่อคำพิพากษา
บทบัญญัติตาม ป.วิ.อ. มาตรา 166 และ 181 ได้กำหนดหน้าที่ของโจทก์ว่า ในวันนัดไต่สวนมูลฟ้องหรือพิจารณาคดี โจทก์จะต้องมาศาลตามนัดมิฉะนั้นก็ให้ศาลยกฟ้องเสีย เว้นแต่จะมีเหตุสมควรศาลจึงจะให้เลื่อนคดีไป บทบัญญัติดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงเจตนารมณ์ของกฎหมายที่จะเร่งรัดการดำเนินกระบวนพิจารณาให้เป็นไปโดยสะดวกและรวดเร็วมิให้มีการประวิงคดี จึงกำหนดมาตรการดังกล่าวเพื่อให้โจทก์ปฏิบัติตามโดยเคร่งครัด
ข้ออ้างของโจทก์ที่ว่า โจทก์ไม่มาศาลเพราะทนายความจำเลยขอเลื่อนคดีไปโดยโจทก์ตกลงยินยอมกับทนายจำเลยไว้ และโจทก์เชื่อโดยสุจริตว่าศาลอนุญาตให้เลื่อนคดีได้ เป็นการคาดคะเนของโจทก์ ไม่เป็นเหตุที่ศาลจะอนุญาตให้มีการพิจารณาคดีใหม่ได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 166 วรรคสอง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัทเอสดีเอสไบโอเท็คสิงคโปร์พีทีอี จำกัด · จำเลย - จำกัด กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุทธิ นิชโรจน์ · บุญศรี กอบบุญ · เสมอ อินทรศักดิ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแขวงพระนครใต้ - นายสมวงศ์ ฉอตระการกิจ · ศาลอุทธรณ์ - นายธนะพัฒน์ แจ่มจันทร์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา