⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1925/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1925/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้เช่าซื้อมีสิทธิชำระค่าเช่าซื้อทั้งหมดก่อนกำหนดได้ หากผู้ให้เช่าซื้อยินยอมให้สละประโยชน์แห่งเงื่อนเวลา ผู้ให้เช่าซื้อไม่รับชำระและไม่โอนทรัพย์สินให้ ถือว่าผู้ให้เช่าซื้อผิดสัญญา ผู้เช่าซื้อมีสิทธิบอกเลิกสัญญาและเรียกเงินคืนพร้อมดอกเบี้ยได้

ย่อคำพิพากษา

แม้สัญญาเช่าซื้อจะกำหนดให้โจทก์ชำระค่าเช่าซื้อเป็นงวดรายเดือน แต่ก็มิได้หมายความว่าโจทก์จะชำระค่าเช่าซื้อทั้งหมดในงวดต่อไปให้แก่จำเลยไม่ได้ การที่โจทก์ขอชำระค่าเช่าซื้อทั้งหมดเป็นกรณีที่โจทก์ยอมสละประโยชน์จากเงื่อนเวลา ซึ่งไม่กระทบกระทั่งถึงประโยชน์ของจำเลยเพราะจำเลยได้รับค่าเช่าซื้อที่บวกดอกเบี้ยเข้าไปด้วยเต็มจำนวนก่อนกำหนดอันเป็นผลดีแก่จำเลยเองนอกจากนี้เมื่อจำเลยได้รับหนังสือขอชำระค่าเช่าซื้อทั้งหมดจากโจทก์ก็มิได้แจ้งสงวนสิทธิในอันที่จะได้รับประโยชน์จากเงื่อนเวลานั้นไว้กลับทำหนังสือบอกเลิกสัญญากับโจทก์โดยที่โจทก์มิได้ผิดข้อตกลงในสัญญาแต่อย่างใด จึงถือได้ว่าจำเลยยินยอมให้โจทก์สละประโยชน์แห่งเงื่อนเวลานั้นได้ การที่จำเลยไม่รับค่าเช่าซื้อทั้งหมดจากโจทก์และไม่โอนที่ดินให้โจทก์ ทั้งที่สามารถโอนที่ดินให้โจทก์ได้ จำเลยจะอ้างว่ายังไม่ครบกำหนดเวลาผ่อนชำระค่าเช่าซื้อหาได้ไม่พฤติการณ์ของจำเลยดังกล่าวเป็นการผิดสัญญา โจทก์มีสิทธิบอกเลิกสัญญาและเรียกเงินที่ชำระไปแล้วคืนได้พร้อมดอกเบี้ย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.192 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.572 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.574

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เช่าซื้อที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ เลขที่ 1132 ตำบลปากช่อง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมาแปลงที่ 7, 8, 9, 10 ในราคา 255,000 บาท ชำระเงินในวันทำสัญญา158,000 บาท ที่เหลือชำระเป็นรายเดือนเดือนละ 2,000 บาท เมื่อโจทก์ชำระราคาให้แก่จำเลยครบถ้วนเมื่อใด จำเลยจะโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้โจทก์ โจทก์ชำระราคาค่าเช่าซื้องวดแรกให้แก่จำเลยแล้ว ต่อมางวดที่ 2 โจทก์นำเงินที่ยังค้างทั้งหมด จำนวน 93,000 บาท ไปชำระและให้จำเลยโอนที่ดินให้โจทก์ จำเลยยอมรับเงิน แต่ไม่โอนที่ดินให้จึงเป็นผู้ผิดนัด โจทก์บอกเลิกสัญญาเช่าซื้อ จำเลยจึงต้องคืนค่าเช่าซื้อที่โจทก์ชำระไปแล้วแก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ย ขอให้ศาลบังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 165,467.25 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า โจทก์เช่าซื้อที่ดินจากจำเลยตามฟ้องจริง แต่ชำระค่าเช่าซื้อประจำเดือนมิถุนายนงวดเดียว หลังจากนั้นไม่ชำระอีกถือว่าโจทก์ผิดนัด สัญญาเช่าซื้อจึงระงับ จำเลยมีหนังสือบอกเลิกสัญญาแล้ว จำเลยริบค่าเช่าซื้อที่ชำระแล้วได้ โจทก์ไม่เคยดำเนินการชำระเงินจำนวน 93,000 บาท แก่จำเลยแต่อย่างใด ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์จำนวน 165,476.25 บาท พร้อมดอกเบี้ย จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงซึ่งมิได้โต้แย้งกันในชั้นฎีการับฟังได้ว่า โจทก์ทำสัญญาเช่าซื้อที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 1132 ตำบลปากช่องอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เนื้อที่ 425 ตารางวา จากจำเลยในราคา 255,000 บาท ชำระราคาค่าเช่าซื้อในวันทำสัญญาเป็นเงิน158,000 บาท ที่เหลือชำระเดือนละ 4,000 บาท รายละเอียดปรากฏตามสัญญาเช่าซื้อเอกสารหมาย จ.3 และ ล.3 โจทก์ได้ชำระค่าเช่าซื้องวดแรกให้จำเลยแล้ว เมื่อถึงกำหนดค่าเช่าซื้องวดที่ 2 คือเดือนกรกฎาคม 2531 โจทก์มิได้ชำระ แต่วันที่ 1 สิงหาคม 2531โจทก์ขอชำระค่าเช่าซื้อที่เหลือทั้งหมดเป็นเงิน 93,000 บาท แก่จำเลยแล้วให้จำเลยโอนที่ดินที่เช่าซื้อให้แก่โจทก์ แต่จำเลยโอนให้ไม่ได้เพราะติดจำนอง ปัญหาที่จะวินิจฉัยต่อไปตามฎีกาของจำเลยมีว่าโจทก์มีสิทธิบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อ และเรียกให้จำเลยคืนค่าเช่าซื้อที่ชำระไปแล้วได้หรือไม่ ที่จำเลยฎีกาว่า สัญญาเช่าซื้อกำหนดระยะเวลาการเช่าซื้อเป็นที่แน่นอนว่าให้ชำระเป็นรายเดือนเดือนละ4,000 บาท การที่โจทก์ไม่ชำระค่าเช่าซื้องวดที่ 2 ให้จำเลย แล้วมีหนังสือขอชำระค่าเช่าซื้อเป็นเงิน 93,000 บาท แก่จำเลยเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาที่กำหนดไว้เพื่อประโยชน์แก่โจทก์และจำเลย เป็นการสละเงื่อนเวลาขอชำระค่าเช่าซื้อในคราวเดียวย่อมไม่กระทบกระทั่งถึงประโยชน์ของจำเลยที่จะพึงได้รับแต่เงื่อนเวลานั้น จำเลยไม่ต้องโอนที่ดินให้โจทก์ก่อนกำหนดเวลาได้เพราะติดจำนองอยู่กับธนาคาร จึงถือไม่ได้ว่าจำเลยผิดสัญญานั้น เห็นว่า แม้สัญญาเช่าซื้อตามเอกสารหมาย จ.3 และ ล.3 จะกำหนดให้โจทก์ชำระค่าเช่าซื้อเป็นงวดรายเดือน แต่ก็มิได้หมายความว่าโจทก์จะชำระค่าเช่าซื้อทั้งหมดในงวดต่อไปให้แก่จำเลยไม่ได้ การที่โจทก์ขอชำระค่าเช่าซื้อทั้งหมดเป็นกรณีที่โจทก์ยอมสละประโยชน์จากเงื่อนเวลาซึ่งไม่กระทบกระทั่งถึงประโยชน์ของจำเลย เพราะจำเลยได้รับค่าเช่าซื้อที่บวกดอกเบี้ยเข้าไปด้วยเต็มจำนวนก่อนกำหนดอันเป็นผลดีแก่จำเลยเองนอกจากนี้เมื่อจำเลยได้รับหนังสือขอชำระค่าเช่าซื้อทั้งหมดจากโจทก์ตามเอกสารหมาย จ.8 ก็มิได้แจ้งสงวนสิทธิในอันที่จะได้รับประโยชน์จากเงื่อนเวลานั้นไว้ กลับทำหนังสือบอกเลิกสัญญากับโจทก์ โดยที่โจทก์มิได้ผิดข้อตกลงในสัญญาแต่อย่างใด จึงถือได้ว่าจำเลยยินยอมให้โจทก์สละประโยชน์แห่งเงื่อนเวลานั้นได้ การที่จำเลยไม่รับค่าเช่าซื้อทั้งหมดจากโจทก์และไม่โอนที่ดินให้โจทก์ทั้งที่สามารถโอนที่ดินให้โจทก์ได้ ดังที่จำเลยเบิกความไว้ว่า จำเลยได้ตกลงกับธนาคารไว้แล้วว่าถ้าผู้เช่าซื้อชำระราคาครบถ้วนจะโอนที่ดินให้ผู้เช่าซื้อ ซึ่งทางธนาคารไม่ขัดข้อง จำเลยจะอ้างว่ายังไม่ครบกำหนดเวลาผ่อนชำระค่าเช่าซื้อหาได้ไม่ พฤติการณ์ของจำเลยดังกล่าวเป็นการผิดสัญญา โจทก์มีสิทธิบอกเลิกสัญญาและเรียกเงินที่ชำระไปแล้วคืนได้พร้อมดอกเบี้ย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1925/2536 นาย พิบูลย์ วีระชาติสกุลชัย โจทก์ นาง บัว พัน ดี จันทึก หรือคัมภิรานนท์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย พิบูลย์ วีระชาติสกุลชัย · จำเลย - นาง บัว พัน ดี จันทึก หรือคัมภิรานนท์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุทธิ นิชโรจน์ · บุญศรี กอบบุญ · เพี้ยน พุทธสุอัตตา
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2767/2523ฎีกา 2996/2531ฎีกา 3796/2540ฎีกา 4884/2543ฎีกา 1411/2513ฎีกา 2763/2551ฎีกา 58/2530ฎีกา 353/2535ฎีกา 1800/2511ฎีกา 7122/2545ฎีกา 1561/2520ฎีกา 2903/2536ฎีกา 4873/2528ฎีกา 3010/2543ฎีกา 615/2531ฎีกา 3295/2533ฎีกา 991/2548ฎีกา 1567/2513ฎีกา 3408/2530ฎีกา 5675/2530ฎีกา 4432/2534ฎีกา 85/2540ฎีกา 2987/2517ฎีกา 5526/2533
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ