⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2798/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2798/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การจะอ้างว่าครอบครองทรัพย์สินของผู้อื่นเพื่อตนเองนั้น จะต้องแสดงเจตนาต่อเจ้าของทรัพย์สินนั้นโดยตรง มิฉะนั้นจะถือว่ายังคงครอบครองแทนเจ้าของทรัพย์สินอยู่

ย่อคำพิพากษา

บิดาจำเลยให้โจทก์อาศัยอยู่บนที่ดินพิพาทโดยไม่มีเจตนายกให้แม้โจทก์ได้แจ้งการครอบครองที่ดินพิพาทไว้ตามใบรับแจ้งความประสงค์จะได้สิทธิในที่ดินต่อเจ้าพนักงานที่ดินก็ตาม เมื่อไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้แจ้งให้บิดาจำเลยทราบ จึงยังไม่ถือว่าโจทก์ได้แสดงเจตนาเปลี่ยนการครอบครองจากผู้อาศัยมาเป็นครอบครองเพื่อตน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1381 โจทก์ไม่มีสิทธิครอบครองที่ดินดังกล่าว คดีนี้เป็นคดีที่พิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิครอบครองที่ดินจึงเป็นคดีมีทุนทรัพย์ แต่ศาลชั้นต้นกำหนดค่าทนายความเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้ตามตาราง 6 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งแม้โจทก์จะไม่ฎีกาในปัญหานี้ ศาลฎีกาย่อมกำหนดใหม่ให้ถูกต้องได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.161 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.167 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1367 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1368 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1381

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้ครอบครองที่ดิน ส.ค.1 ที่ได้รับมอบมาจากนายหมัดบิดาจำเลยอย่างต่อเนื่องโดยสุจริต โดยสงบเปิดเผย และโดยเจตนาเป็นเจ้าของและโจทก์ได้ไปแจ้งสิทธิครอบครองส.ค.2 แล้ว ต่อมาจำเลยได้นำเจ้าพนักงานที่ดินออกรังวัดที่ดินที่ได้ยื่นคำขอไว้ทับที่ดินที่โจทก์ครอบครองอยู่ทั้งแปลง โจทก์จึงไปยื่นเรื่องราวคัดค้าน เจ้าพนักงานที่ดินจึงหยุดดำเนินการออกรังวัดที่ดินดังกล่าว การกระทำของจำเลยเป็นการรบกวนสิทธิครอบครองของโจทก์ ขอให้ศาลมีคำพิพากษาห้ามไม่ให้จำเลยพร้อมบริวารเข้ารบกวนสิทธิครอบครองที่ดินของโจทก์ต่อไป จำเลยให้การว่า โจทก์ได้ครอบครองที่ดินพิพาทแทนบิดาจำเลยตลอดมา โจทก์จึงไม่ได้สิทธิครอบครองในที่ดินพิพาท แม้โจทก์ครอบครองที่ดินพิพาทติดต่อกันมาเกินกว่า 1 ปี หรือเกินกว่า 10 ปี เมื่อจำเลยยื่นเรื่องราวเพื่อขอออก น.ส.3 และนำเจ้าพนักงานที่ดินไปทำการรังวัดที่ดิน โจทก์คัดค้านเป็นเหตุให้จำเลยไม่สามารถออก น.ส.3 ได้ อันเป็นการรบกวนสิทธิครอบครองของจำเลย ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ให้โจทก์ชำระค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลย โดยกำหนดค่าทนายความ 2,000 บาท โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน จำเลยไม่แก้อุทธรณ์ จึงไม่กำหนดค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ให้ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงน่าเชื่อว่า โจทก์ได้ติดต่อนายหมัดบิดาจำเลยขออาศัยอยู่ในที่ดินพิพาทเนื่องจากโจทก์ถูกไล่ที่ แล้วนายหมัดอนุญาตให้โจทก์ปลูกบ้านอยู่อาศัยในที่ดินพิพาท แต่ไม่ได้เจตนาจะยกให้โจทก์ การที่โจทก์ครอบครองที่ดินพิพาทตลอดมาจึงเป็นการครอบครองแทนนายหมัดบิดาจำเลยและจำเลยเท่านั้นส่วนที่โจทก์อ้างว่าโจทก์ได้แจ้งการครอบครองที่ดินพิพาทไว้ตามใบรับแจ้งความประสงค์จะได้สิทธิในที่ดินเพื่อจะได้สิทธินั้นก็ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้แจ้งให้นายหมัดบิดาจำเลยทราบ คงไปแจ้งต่อเจ้าพนักงานที่ดินเท่านั้น จึงฟังไม่ได้ว่าโจทก์ได้แสงเจตนาเปลี่ยนการครอบครองจากผู้อาศัยมาเป็นการครอบครองเพื่อตนเองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1381 โจทก์จึงไม่มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาท อนึ่ง คดีนี้มีทุนทรัพย์ 15,000 บาท แต่ศาลชั้นต้นกำหนดค่าทนายความให้จำเลย 2,000 บาท นั้น เกินกว่าอัตราที่กำหนดไว้ตามตาราง 6 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง แม้โจทก์จะมิได้ฎีกาในปัญหาข้อนี้ ศาลฎีกาย่อมกำหนดใหม่ให้ถูกต้องได้ พิพากษายืน แต่ให้โจทก์ใช้ค่าทนายความแทนจำเลยในศาลชั้นต้น1,200 บาท และในชั้นฎีกา 600 บาท ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2798/2536 นาย บ่า ว ด้นหมาน โจทก์ นาง ร่ม หละ เอียด ตรง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย บ่า ว ด้นหมาน · จำเลย - นาง ร่ม หละ เอียด ตรง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สกล เหมือนพะวงศ์ · อัมพร ทองประยูร · โสภณ จันเทรมะ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 8551/2550ฎีกา 356/2530ฎีกา 3467/2525ฎีกา 3375/2532ฎีกา 4072/2528ฎีกา 2749/2538ฎีกา 1345/2532ฎีกา 945/2537ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 770/2535ฎีกา 79/2501ฎีกา 1781/2509ฎีกา 3651/2526ฎีกา 464/2497ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1280/2492ฎีกา 817/2490ฎีกา 194/2543ฎีกา 2938/2519ฎีกา 2718/2538ฎีกา 8337/2540ฎีกา 5640/2541ฎีกา 6620/2550ฎีกา 2170/2517
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา