⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3794/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3794/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การส่งคำบังคับโดยปิดตามภูมิลำเนาที่จำเลยยอมรับว่ายังคงมีอยู่ เป็นการชอบด้วยกฎหมาย และการคัดค้านการบังคับคดีภายหลังที่เสร็จสิ้นแล้วจะถูกห้ามตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

การส่งคำบังคับให้จำเลยโดยปิดคำบังคับตามภูมิลำเนาที่ปรากฏในคำให้การของจำเลย และบันทึกคำให้การพยานที่จำเลยมาให้การเป็นพยานซึ่งเป็นการยอมรับว่าจำเลยยังมีภูมิลำเนาตรงตามที่โจทก์ระบุในฟ้องนั้น เป็นการปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 272 ประกอบมาตรา 79 โดยชอบแล้ว จำเลยไม่ปฏิบัติการชำระหนี้ตามคำบังคับ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งออกหมายบังคับคดีแจ้งเจ้าพนักงานบังคับคดีตามมาตรา 276 เจ้าพนักงานบังคับคดีจึงมีอำนาจหน้าที่ตามที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งภาค 4 ลักษณะ 2 บัญญัติไว้ เมื่อปรากฏว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ยึดทรัพย์ที่ดินของจำเลยมีรายงานการยึดทรัพย์ ประกาศการขายทอดตลาดโดยประกาศหนังสือพิมพ์ มีการซื้อทรัพย์สินคือที่ดินดังกล่าว และศาลชั้นต้นได้มีหนังสือแจ้งนายอำเภอซึ่งเป็นเจ้าพนักงานผู้รับผิดชอบดำเนินการโอนสิทธิครอบครองในที่ดินให้ผู้ซื้อ และโจทก์ได้รับเงินชำระหนี้บางส่วนแล้วตามลำดับ การบังคับคดีเฉพาะทรัพย์สินรายนี้ก็เป็นอันเสร็จสิ้นลงไม่ปรากฏว่าจำเลยยื่นคำร้องคัดค้านการกระทำของเจ้าพนักงานบังคับคดีก่อนหน้านั้นต่อศาลชั้นต้นแต่อย่างไร การที่จำเลยยื่นคำร้องภายหลังว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดีทรัพย์สินรายนี้โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายอย่างใดอย่างหนึ่งเป็นการต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 296 วรรคสอง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.79 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.272 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.276 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.296

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระหนี้ตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชี ค้ำประกันและจำนอง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินให้แก่โจทก์ แต่จำเลยทั้งสองไม่ชำระโจทก์จึงขอหมายบังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์สินของจำเลยทั้งสองออกขายทอดตลาดเพื่อบังคับชำระหนี้ตามคำพิพากษา จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องว่า การส่งคำบังคับ การออกหมายบังคับคดีและการขายทอดตลาดทรัพย์ของจำเลยที่ 1 ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้เพิกถอนการบังคับคดีและยกเลิกการขายทอดตลาดของจำเลยที่ 1 ส่วนจำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องว่า การส่งคำบังคับไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้เพิกถอนการยึดทรัพย์ของจำเลยที่ 2 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องของจำเลยทั้งสอง จำเลยทั้งสองต่างอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในปัญหาข้อแรกที่ว่าการส่งคำบังคับแก่จำเลยทั้งสองชอบด้วยกฎหมายหรือไม่นั้น เห็นว่า ตามคำให้การจำเลยทั้งสองซึ่งเป็นลูกหนี้ร่วม ลงวันที่ 21 พฤศจิกายน 2531และบันทึกคำให้การพยานลงวันที่ 13 พฤศจิกายน 2532 แสดงว่าจำเลยทั้งสองรับว่ายังมีภูมิลำเนาและอาศัยอยู่ตามบ้านเลขที่ 346หมู่ที่ 15 ถนนโชคชัยเดชอุดม ตำบลหนองกี่ อำเภอหนองกี่ จังหวัดบุรีรัมย์ หรือร้านวิทยาการยาง ตรงตามที่โจทก์ระบุในฟ้อง หลังจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยแพ้คดีได้มีการส่งคำบังคับให้จำเลยทั้งสองโดยปิดคำบังคับตามภูมิลำเนาดังกล่าวตามรายงานเจ้าหน้าที่ลงวันที่ 13 มิถุนายน 2533 ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 272 ประกอบมาตรา 79 โดยชอบ ส่วนปัญหาที่ว่าการขายทอดตลาดชอบด้วยกฎหมายหรือไม่นั้น เห็นว่า เมื่อจำเลยที่ 1 ไม่ปฏิบัติการชำระหนี้ตามคำบังคับ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งออกหมายบังคับคดีแจ้งเจ้าพนักงานบังคับคดีตามมาตรา 276 เจ้าพนักงานบังคับคดีจึงมีอำนาจหน้าที่ตามที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งภาค 4 ลักษณะ 2 บัญญัติไว้ ปรากฏหลักฐานในสำนวนว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ยึดทรัพย์ที่ดินตาม น.ส.3 ก. เลขที่ 3537 ตำบลหนองกี่อำเภอหนองกี่ จังหวัดบุรีรัมย์ ของจำเลยที่ 1 มีรายงานการยึดทรัพย์ ประกาศการขายทอดตลาดโดยประกาศหนังสือพิมพ์ มีการซื้อทรัพย์สินคือที่ดินดังกล่าว และศาลชั้นต้นได้มีหนังสือแจ้งนายอำเภอหนองกี่ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานผู้รับผิดชอบดำเนินการโอนสิทธิครอบครองในที่ดินให้ผู้ซื้อ และโจทก์ได้รับเงินชำระหนี้บางส่วนแล้วตามลำดับ การบังคับคดีเฉพาะทรัพย์สินรายนี้ก็เป็นอันเสร็จสิ้นลง ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องคัดค้านการกระทำของเจ้าพนักงานบังคับคดีก่อนหน้านั้นต่อศาลชั้นต้นแต่อย่างไรการที่จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องลงวันที่ 24 เมษายน 2534 ภายหลังว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดีทรัพย์สินรายนี้โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายอย่างใดอย่างหนึ่งเป็นการต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 วรรคสอง พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3794/2536 ธนาคาร กรุงเทพ จำกัด โจทก์ นาย เทียม เล็ง วรวุฒิ ปัญญา คม กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคาร กรุงเทพ จำกัด · จำเลย - นาย เทียม เล็ง วรวุฒิ ปัญญา คม กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อากาศ บำรุงชีพ · ดำรุพงศ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา · ปราโมทย์ บุนนาค
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1843/2536ฎีกา 8454/2544ฎีกา 345/2520ฎีกา 280/2530ฎีกา 1460/2515ฎีกา 594/2534ฎีกา 171/2513ฎีกา 2573/2552ฎีกา 6968/2537ฎีกา 5706/2537ฎีกา 5378/2544ฎีกา 7466/2538ฎีกา 5086/2537ฎีกา 2266/2515ฎีกา 2884/2541ฎีกา 3781/2545ฎีกา 1649/2498ฎีกา 4041/2542ฎีกา 780/2535ฎีกา 403/2530ฎีกา 14209/2555ฎีกา 437/2508ฎีกา 353/2536ฎีกา 2422/2545
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา