⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 443/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 443/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นเกี่ยวกับการส่งตัวจำเลยไปฝึกอบรม ถือเป็นการอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงที่ต้องห้ามตามกฎหมาย หากจำเลยเห็นว่าพฤติการณ์เกี่ยวกับคำสั่งศาลเปลี่ยนแปลงไป ให้ร้องขอต่อศาลชั้นต้นเพื่อเปลี่ยนแปลงแก้ไขคำสั่งเดิมได้

ย่อคำพิพากษา

อุทธรณ์ของจำเลยที่ขอให้ศาลมีคำสั่งให้ส่งตัวจำเลยไปให้ส. ซึ่งเป็นป้าของจำเลย ดูแลแทนการส่งตัวจำเลยไปฝึกอบรม ย่อมมีผลเป็นการอุทธรณ์ดุลพินิจของศาลชั้นต้นซึ่งเป็นการอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง จึงเป็นอุทธรณ์ที่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 ทวิ ประกอบด้วยพระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความฯ มาตรา 22 กับพระราชบัญญัติ ให้นำวิธีพิจารณาความฯ มาตรา 3 เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งอย่างใดอย่างหนึ่งตาม ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 74 แล้ว หากจำเลยเห็นว่าพฤติการณ์เกี่ยวกับคำสั่งดังกล่าวของศาลเปลี่ยนแปลงไป จำเลยชอบที่จะร้องขอต่อศาลชั้นต้นให้เปลี่ยนแปลงแก้ไขคำสั่งนั้นหรือมีคำสั่งใหม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.74 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 ม.22 พระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ.2520 ม.3

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334และขอให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์คิดเป็นเงิน 1,660 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 334 จำเลยอายุ 12 ปีเศษ พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งการกระทำผิดแล้วเห็นสมควรให้ส่งตัวจำเลยไปฝึกอบรมยังสถานพินิจและคุ้มครองเด็กจังหวัดนครสวรรค์มีกำหนดระยะเวลา 3 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 74(5) ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ 1,660 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาว่า ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าอุทธรณ์ของจำเลยต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 193 ทวิ นั้นชอบหรือไม่ โดยจำเลยฎีกาว่า ในอุทธรณ์ของจำเลยยกเหตุว่า จำเลยประสงค์จะให้นางสาวสมศรี คล้ายพงษ์ป้าจำเลยซึ่งยื่นคำร้องมาในชั้นอุทธรณ์รับตัวจำเลยไปดูแล แต่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า อุทธรณ์ของจำเลยต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 ทวิ มิชอบด้วยกฎหมายพิเคราะห์แล้วคดีนี้ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดจำเลยอายุ 12 ปีเศษจึงให้ส่งตัวจำเลยไปฝึกอบรมยังสถานพินิจและคุ้มครองเด็กจังหวัดนครสวรรค์มีกำหนด 3 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 74(5) การที่จำเลยอุทธรณ์ขอให้ศาลมีคำสั่งให้ส่งตัวจำเลยไปให้นางสาวสมศรี คล้ายพงษ์ ป้าจำเลยดูแลแทนการส่งตัวจำเลยไปฝึกอบรม มีผลเป็นการอุทธรณ์ดุลพินิจของศาลชั้นต้น เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2532 มาตรา 22ประกอบด้วยพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. 2520 มาตรา 3 ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมาศาลฎีกาเห็นชอบด้วยในผลฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น แต่ถ้าหากจำเลยเห็นว่าพฤติการณ์เกี่ยวกับคำสั่งของศาลตามมาตรา 74(5)ได้เปลี่ยนแปลงไป ขอให้ศาลเปลี่ยนแปลงแก้ไขคำสั่งนั้นหรือมีคำสั่งใหม่ก็ชอบที่จะร้องขอต่อศาลชั้นต้นตามความในมาตรา 74 วรรคท้าย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 443/2536 พนักงานอัยการ จังหวัด อ่างทอง โจทก์ เด็ก หญิง ประไพสิน คล้ายพงษ์ หรือแซ่ลิ้ม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด อ่างทอง · จำเลย - เด็ก หญิง ประไพสิน คล้ายพงษ์ หรือแซ่ลิ้ม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อากาศ บำรุงชีพ · ชลิต ประไพศาล · ดำรุพงศ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3399/2568ฎีกา 3469/2547ฎีกา 4226/2539ฎีกา 2302/2535ฎีกา 4984/2541ฎีกา 4049/2536ฎีกา 1173/2530ฎีกา 1045/2506ฎีกา 1622/2513ฎีกา 2365/2537ฎีกา 1167/2532ฎีกา 3119/2558ฎีกา 257/2499ฎีกา 3879/2542ฎีกา 462/2536ฎีกา 463/2566ฎีกา 1342/2530ฎีกา 1268/2514ฎีกา 334/2521ฎีกา 2107/2522ฎีกา 212/2511ฎีกา 4245/2565ฎีกา 2738/2534ฎีกา 298/2567
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ