⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5381/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5381/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำสั่งงดสืบพยานของศาลชั้นต้นที่ทำให้คดีสิ้นสุดลงโดยพิพากษายกฟ้อง ถือเป็นคำพิพากษาที่อาจอุทธรณ์ได้ แต่การอุทธรณ์คำสั่งงดสืบพยานนั้น หากเป็นปัญหาข้อกฎหมายจะถูกห้ามฎีกาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 220

ย่อคำพิพากษา

คดีอาญาศาลชั้นต้นงดสืบพยาน แล้ววินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยตามฟ้องไม่เป็นความผิด พิพากษายกฟ้อง โจทก์และโจทก์ร่วมอุทธรณ์คำสั่งที่งดสืบพยาน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ดังนี้ แม้จะเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายก็ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 220 หากศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาดังกล่าวย่อมเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย แม้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ (ฉบับที่พิมพ์ข้อความแล้ว)มีผู้พิพากษาลงนามเพียงคนเดียวก็ตาม แต่เมื่อผู้พิพากษาอีก 2 คนซึ่งเป็นองค์คณะได้ลงนามในต้นร่างคำพิพากษาแสดงว่าได้มีการร่วมประชุมปรึกษาเป็นองค์คณะแล้ว อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ก็ได้ลงนามรับรองไว้ท้ายคำพิพากษาดังกล่าว คำพิพากษาศาลอุทธรณ์จึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.220 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.141

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองเบิกความเท็จ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177 จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา นาง อารี เกษสมัย ผู้เสียหายร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ในวันนัดสืบพยานโจทก์ ศาลชั้นต้นเห็นว่า คดีพอวินิจฉัยได้โดยไม่จำต้องสืบพยาน จึงให้งดสืบพยานโจทก์ โจทก์ร่วม และจำเลยแล้ววินิจฉัยว่า ตามคำฟ้องแม้คำเบิกความของจำเลยทั้งสองเป็นเท็จก็ไม่เป็นข้อสำคัญในคดี การกระทำของจำเลยทั้งสองจึงไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 185 พิพากษายกฟ้อง โจทก์และโจทก์ร่วมอุทธรณ์คำสั่งที่งดสืบพยานและอุทธรณ์คำพิพากษา ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ร่วมฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ยกฟ้องโจทก์ จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 แก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 17)พ.ศ. 2532 มาตรา 13 แม้จะเป็นปัญหาข้อกฎหมายก็ต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าว ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของโจทก์ร่วมเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ส่วนที่โจทก์ร่วมฎีกาว่า คำพิพากษาศาลอุทธรณ์มีผู้พิพากษาลงนามเพียง 1 นาย อีก 2 นายมิได้ลงนามจึงเป็นคำพิพากษาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เห็นว่าผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์อีก 2 นายนั้นได้ลงนามในต้นร่างคำพิพากษาแล้วแต่ได้ย้ายไปดำรงตำแหน่งอื่นเสียก่อนที่จะลงลายมือชื่อในคำพิพากษาฉบับนี้ ดังบันทึกของอธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ต่อท้ายคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ดังกล่าวคำพิพากษาศาลอุทธรณ์จึงได้มีการร่วมปรึกษาครบองค์คณะตามกฎหมายแล้วเป็นคำพิพากษาที่ชอบด้วยกฎหมาย" พิพากษายกฎีกาโจทก์ร่วม ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5381/2536 พนักงานอัยการจังหวัดราชบุรี โจทก์ โจทก์ร่วม โจทก์ นาง อารี เกษสมัย โจทก์ นาย นรินทร์ ไพรวัล กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดราชบุรี · โจทก์ - โจทก์ร่วม · โจทก์ - นาง อารี เกษสมัย · จำเลย - นาย นรินทร์ ไพรวัล กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เสมอ อินทรศักดิ์ · บุญศรี กอบบุญ · สุทธิ นิชโรจน์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 498/2538ฎีกา 5523/2536ฎีกา 274/2480ฎีกา 1635/2493ฎีกา 297/2530ฎีกา 109/2493ฎีกา 2824/2543ฎีกา 1656/2532ฎีกา 5863/2541ฎีกา 2482/2517ฎีกา 2303/2533ฎีกา 3937/2535ฎีกา 2186/2550ฎีกา 1811/2530ฎีกา 6746/2538ฎีกา 2891/2540ฎีกา 3981/2534ฎีกา 2751/2524ฎีกา 7728/2540ฎีกา 892/2507ฎีกา 4883/2541ฎีกา 1025/2538ฎีกา 321/2482ฎีกา 9984/2553
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ