⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5563/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5563/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ลูกหนี้คนหนึ่งละเสียซึ่งประโยชน์แห่งอายุความ เป็นการเฉพาะตัวลูกหนี้นั้น ย่อมไม่กระทบถึงสิทธิของลูกหนี้คนอื่นซึ่งเป็นบุคคลภายนอกที่จะยกอายุความขึ้นต่อสู้เจ้าหนี้ได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินค่าสินค้าที่ซื้อไปจากโจทก์ จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การ จำเลยที่ 2 ให้การว่าคดีโจทก์ขาดอายุความแล้ว ดังนี้โจทก์เป็นพ่อค้าฟ้องเรียกเอาเงินค่าสินค้าจากจำเลยทั้งสอง จึงมีกำหนดอายุความ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 165(1)(เดิม) การที่ก่อนครบกำหนดอายุความ 2 ปี จำเลยทั้งสองทำหนังสือขอผัดผ่อนค่าสินค้าย่อมเป็นการรับสภาพหนี้ทำให้อายุความสะดุดหยุดลงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 172(เดิม) และต้องเริ่มนับอายุความขึ้นใหม่ แต่หลังจากอายุความ 2 ปี ที่เริ่มนับใหม่ได้ครบบริบูรณ์แล้ว การที่จำเลยที่ 1 ทำหนังสือว่าจะนำเงินค่าสินค้าที่ค้างชำระให้โจทก์ โดยจำเลยที่ 1 เป็นผู้เขียนและลงลายมือชื่อเพียงผู้เดียว ถือได้ว่าจำเลยที่ 1 ได้ละเสียแล้วซึ่งประโยชน์แห่งอายุความเป็นการเฉพาะตัวของจำเลยที่ 1 ย่อมไม่ลบล้างสิทธิของจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกในอันที่จะยกอายุความขึ้นต่อสู้โจทก์ได้ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 192(เดิม) เมื่อโจทก์ฟ้องคดีนี้เกินกว่า 2 ปีนับแต่วันที่ทำหนังสือรับสภาพหนี้ฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 จึงขาดอายุความและข้อต่อสู้เรื่องอายุความของจำเลยที่ 2 ย่อมไม่มีผลถึงจำเลยที่ 1 ซึ่งได้ละเสียซึ่งประโยชน์แห่งอายุความแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.59 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.165 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.172 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.192 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.295

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองได้ซื้อโทรทัศน์สี ยี่ห้อฟิลลิปส์จำนวน 1 เครื่อง ราคา 19,000 บาท จากโจทก์โดยได้ชำระราคาแล้ว2,000 บาท เมื่อครบกำหนดชำระราคาส่วนที่เหลือจำเลยทั้งสองไม่ชำระขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินค่าโทรทัศน์สีจำนวน17,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การ จำเลยที่ 2 ให้การว่า จำเลยทั้งสองไม่เคยซื้อโทรทัศน์สีจากโจทก์ นับเวลาที่โจทก์กล่าวในฟ้องว่าจำเลยทั้งสองผิดนัดจนถึงวันฟ้องเป็นเวลา 7 ปีเศษ คดีของโจทก์ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน26,001 บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ย จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...สำหรับปัญหาประการหลังที่ว่า คดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่นั้น เห็นว่าโจทก์เป็นพ่อค้าฟ้องเรียกเอาเงินค่าสินค้าจากจำเลยทั้งสองจึงมีกำหนดอายุความ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 165(1) เดิม จำเลยทั้งสองสัญญาว่าจะชำระเงินค่าโทรทัศน์สีตามฟ้องภายในเดือนธันวาคม 2525 อายุความจึงเริ่มนับแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2525 การที่จำเลยทั้งสองทำหนังสือลงวันที่ 3 พฤศจิกายน 2527 ขอผัดผ่อนค่าโทรทัศน์สีตามเอกสารหมาย จ.1จึงเป็นการรับสภาพหนี้ทำให้อายุความสะดุดหยุดลง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 172 (เดิม) แต่ตามข้อความในเอกสารหมาย จ.1 ขอผัดผ่อนค่างวดเมื่อขายหมูได้ก่อน ซึ่งมิได้กำหนดเวลาไว้จึงต้องเริ่มนับอายุความขึ้นใหม่ตั้งแต่วันที่ 3พฤศจิกายน 2527 ส่วนการที่จำเลยที่ 1 ทำหนังสือตามเอกสารหมายจ.2 มีข้อความว่าจะนำเงินค่าทีวีสีที่ค้างชำระให้ภายในเดือนตุลาคม2531 โดยไม่ปรากฏว่าหนังสือดังกล่าวทำขึ้นวันเดือนปีใด แต่ก็พอสันนิษฐานได้ว่าน่าจะทำขึ้นภายในปี 2531 ซึ่งเป็นเวลาภายหลังจากอายุความ 2 ปี ที่เริ่มนับใหม่ตั้งแต่วันที่ 3 พฤศจิกายน 2527ครบบริบูรณ์แล้ว หนังสือดังกล่าวจำเลยที่ 1 เป็นผู้เขียนและลงลายมือชื่อแต่เพียงผู้เดียวถือได้ว่า จำเลยที่ 1 ได้ละเสียแล้วซึ่งประโยชน์แห่งอายุความ เป็นการเฉพาะตัวของจำเลยที่ 1 ย่อมไม่ลบล้างสิทธิของจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกในอันที่จะยกอายุความขึ้นต่อสู้โจทก์ได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 192 เดิม เมื่อโจทก์ฟ้องคดีนี้วันที่ 22 มกราคม 2533 อันเป็นเวลาเกินกว่า 2 ปี นับแต่วันที่ 3 พฤศจิกายน 2527 ฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 จึงขาดอายุความและข้อต่อสู้เรื่องอายุความของจำเลยที่ 2 ย่อมไม่มีผลถึงจำเลยที่ 1 ซึ่งได้ละเสียซึ่งประโยชน์แห่งอายุความแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้นบางส่วน" พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 26,001 บาทพร้อมดอกเบี้ย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5563/2536 นาย ไทฟ้า รุ่งเจิด ฟ้า โจทก์ นาย อนันต์ ฤทธิ์เรืองเดช กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย ไทฟ้า รุ่งเจิด ฟ้า · จำเลย - นาย อนันต์ ฤทธิ์เรืองเดช กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไพศาล รางชางกูร · นิเวศน์ คำผอง · ประสิทธิ์ แสนศิริ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 4790/2533ฎีกา 6320/2541ฎีกา 2460/2517ฎีกา 994/2485ฎีกา 3021/2536ฎีกา 1574/2498ฎีกา 873/2508ฎีกา 1982/2519ฎีกา 1531/2526ฎีกา 5675/2530ฎีกา 1808/2512ฎีกา 131/2536ฎีกา 916/2509ฎีกา 5526/2533ฎีกา 2494/2531ฎีกา 3329/2536ฎีกา 1645/2538ฎีกา 746/2533ฎีกา 2125/2542ฎีกา 3827/2542ฎีกา 3443/2526ฎีกา 367/2495ฎีกา 854/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ