คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 931/2536
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถึงแก่ความตายในระหว่างการพิจารณา ศาลจะต้องสั่งเลื่อนการพิจารณาเพื่อดำเนินการให้ผู้จัดการทรัพย์สินหรือทายาทเข้าเป็นคู่ความแทนก่อน
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ได้ถึงแก่กรรมในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 1 ซึ่งศาลชั้นต้นจะต้องเลื่อนการนั่งพิจารณาคดีรวมทั้งการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ออกไปเพื่อดำเนินการให้มีผู้เข้าเป็นคู่ความแทนโจทก์ก่อน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 42การที่ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1ไปในวันดังกล่าว โดยยังไม่มีผู้เข้าเป็นคู่ความแทนโจทก์จึงไม่ชอบ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยพร้อมบริวารออกจากที่ดินและอาคารของโจทก์ จำเลยให้การและฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับคำให้การ แต่ไม่รับฟ้องแย้งและงดสืบพยานโจทก์จำเลยระหว่างพิจารณาจำเลยยื่นคำให้เรียกนางอูบ วงศ์พรหมและนางละมุล บุญสิทธิ์ เข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นยกคำร้องจำเลยอุทธรณ์คำสั่ง (อุทธรณ์ฉบับลงวันที่ 18 พฤษภาคม 2531)ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยพร้อมบริวารออกจากห้องเลขที่277-278 ถนนเสริมสวาสดิ์ ตำบลในเขตเทศบาล อำเภอพลจังหวัดขอนแก่น จำเลยอุทธรณ์ (อุทธรณ์ฉบับลงวันที่11 กรกฎาคม 2531) ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนจำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ตามที่จำเลยฎีกาในข้อแรกว่าศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ไปทั้ง ๆ ที่จำเลยได้แถลงไว้แล้วว่าโจทก์ถึงแก่กรรมแล้ว ขอให้ศาลเลื่อนการอ่านคำพิพากษาไป เป็นการไม่ชอบนั้น ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 42 บัญญัติว่า "ถ้าคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งในคดีที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลได้มรณะเสียก่อนศาลพิพากษาคดี ให้ศาลเลื่อนการนั่งพิจารณาไปจนกว่าทายาท ของผู้มรณะ จะได้เข้ามาเป็นคู่ความแทนที่" ข้อเท็จจริงได้ ความว่า ก่อนศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 จำเลยยื่นคำแถลงว่า โจทก์ถึงแก่กรรมขอให้ศาลชั้นต้นเลื่อนการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ไปจนกว่าจะมีผู้เข้ามาเป็นคู่ความแทนโจทก์และในวันนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ศาลชั้นต้นก็จดรายงานกระบวนพิจารณาว่าผู้จัดการมรดกของโจทก์มาฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 จึงน่าเชื่อว่าโจทก์ได้ถึงแก่กรรมในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 1 ซึ่งศาลชั้นต้นจะต้องเลื่อนการนั่งพิจารณาคดีรวมทั้งการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1ออกไปเพื่อดำเนินการให้มีผู้เข้าเป็นคู่ความแทนโจทก์ก่อนการที่ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ไปในวันดังกล่าวโดยยังไม่มีผู้เข้าเป็นคู่ความแทนโจทก์ จึงไม่ชอบด้วยบทบัญญัติดังกล่าวข้างต้น จึงเห็นสมควรให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาให้ถูกต้องก่อน ฎีกาจำเลยข้ออื่นไม่จำต้องวินิจฉัย"
พิพากษาให้เพิกถอนการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการเรื่องคู่ความมรณะระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 1 ก่อน แล้วดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปตามรูปคดี
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 931/2536
นางสาว สุด เฉลียว ธนศิริโสภากุล โจทก์
นาง มุ้ยเตียง แซ่ ตั้ง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางสาว สุด เฉลียว ธนศิริโสภากุล · จำเลย - นาง มุ้ยเตียง แซ่ ตั้ง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · สุรินทร์ นาควิเชียร · บรรเทิง มุลพรม |
| แหล่งที่มา | เนติบัณฑิตยสภา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา