คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1966/2537
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฎีกาในข้อเท็จจริงในคดีที่คำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันอาจคำนวณเป็นราคาเงินได้และไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้รวมอยู่ด้วยกันนั้น จะต้องพิจารณาเฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกา หากทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกินจำนวนที่กฎหมายกำหนดไว้ จะต้องห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริง.
ย่อคำพิพากษา
คดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันอาจคำนวณเป็นราคาเงินได้และไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้รวมอยู่ด้วยกันนั้น ในชั้นฎีกาจำเลยฎีกาเฉพาะค่าเสียหายและค่าขาดประโยชน์ว่า โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 5 ไม่ได้เสียหายตามคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์อันเป็นฎีกาในข้อเท็จจริง เมื่อจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาซึ่งเป็นค่าเสียหายและค่าขาดประโยชน์ที่โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 5 แต่ละคนมีสิทธิได้รับไม่เกินสองแสนบาท จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.พ. มาตรา 248วรรคหนึ่ง ที่แก้ไขใหม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายชุ่ม ศิริคุม กับพวก · จำเลย - นายเยี่ยม สุริยันต์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เสมอ อินทรศักดิ์ · บุญศรี กอบบุญ · สุทธิ นิชโรจน์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดธัญบุรี - นายประมุข อธิคมกมลาศัย · ศาลอุทธรณ์ - นายสำเริง ไชยชิด |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา