⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2411/2537

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2411/2537

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกล่าวถ้อยคำไม่สุภาพเพียงเล็กน้อย โดยมีอารมณ์ผิดหวังหรือไม่พอใจจากการกระทำของนายจ้าง ไม่ถือเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของนายจ้างในกรณีที่ร้ายแรงจนเป็นเหตุให้นายจ้างเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย

ย่อคำพิพากษา

ถ้อยคำที่โจทก์ด่านางวันทนีย์ว่า "อีหัวล้าน" เป็นเพียงคำไม่สุภาพ ไม่ถึงกับเป็นการดูหมิ่นซึ่งหน้า ถือไม่ได้ว่าโจทก์กระทำผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง การที่จำเลยระบุในคำสั่งเลิกจ้างว่า โจทก์จงใจฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของบริษัทอย่างร้ายแรงและกระทำผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้างเท่านั้น เท่ากับจำเลยประสงค์จะถือเอาเหตุที่ระบุในคำสั่งเลิกจ้างดังกล่าวเป็นเหตุเลิกจ้าง ไม่ได้ถือเอาเหตุอื่นเป็นเหตุเลิกจ้างด้วย จำเลยจึงยกเหตุว่าโจทก์จงใจทำให้จำเลยซึ่งเป็นนายจ้างได้รับความเสียหายขึ้นเป็นข้อต่อสู้ไม่ได้ การที่โจทก์กล่าวเพียงคำว่า "อีหัวล้าน" เท่านั้น มิได้กล่าววาจาหรือแสดงกริยาอื่นใดอีก เพียงถ้อยคำซึ่งกล่าวด้วยอารมณ์ผิดหวังและไม่พอใจจากการที่จำเลยไม่จ่ายค่าจ้างให้แก่โจทก์ ถือไม่ได้ว่าเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยในกรณีที่ร้ายแรงตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47(3) จำเลยจึงต้องจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ม.47 ประมวลกฎหมายอาญา ม.393 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.583 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.49

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้าง ต่อมาจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่มีสาเหตุ เป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ขอให้บังคับจำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานตามเดิมและจ่ายค่าจ้างให้โจทก์นับแต่วันที่เลิกจ้างจนถึงวันที่รับโจทก์กลับเข้าทำงานหากไม่ปฏิบัติตามที่ขอ ให้บังคับจำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 1 เดือน เป็นเงิน 4,624 บาท ค่าชดเชย เป็นเงิน27,744 บาท และค่าเสียหายเป็นเงิน 110,976 บาท จำเลยให้การว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์เนื่องจากโจทก์ได้กล่าววาจาไม่สุภาพด่านางวันทนีย์ เยาวพงศ์ศิริ ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาและนายจ้างของโจทก์ว่า "อีหัวล้าน" เป็นการดูหมิ่นซึ่งหน้า เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 393 และเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหรือคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายของจำเลยในกรณีที่ร้ายแรงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 583 และประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานข้อ 47(1) (2) (3) จึงไม่ใช่เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยเป็นเงิน 27,744 บาท แก่โจทก์ คำขออื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยประการแรกว่า การที่โจทก์ด่านางวันทนีย์ว่าอีหัวล้าน เป็นการดูหมิ่นซึ่งหน้าอันเป็นการกระทำผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้างหรือไม่ เห็นว่า ถ้อยคำที่โจทก์ด่านางวันทนีย์ว่าอีหัวล้าน เป็นเพียงคำที่ไม่สุภาพ ไม่ถึงกับเป็นการดูหมิ่นนางวันทนีย์ซึ่งหน้า โจทก์จึงมิได้กระทำผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง อุทธรณ์ข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้น จำเลยอุทธรณ์ประการที่สองว่า การที่โจทก์ด่านางวันทนีย์ว่าอีหัวล้านเป็นการจงใจทำให้จำเลยซึ่งเป็นนายจ้างได้รับความเสียหายตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานข้อ 47(2) นั้น เห็นว่า ตามคำสั่งเลิกจ้างโจทก์เอกสารหมาย ล.3จำเลยระบุในคำสั่งเลิกจ้างโจทก์ว่า โจทก์จงใจฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของบริษัทฯ อย่างร้ายแรงและกระทำผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้างเท่านั้น เท่ากับจำเลยประสงค์จะถือเอาเฉพาะเหตุที่ระบุในคำสั่งเลิกจ้างทั้งสองประการดังกล่าวเป็นเหตุเลิกจ้างไม่ได้ถือเอาเหตุอื่นเป็นเหตุเลิกจ้างด้วย ดังนี้ เมื่อจำเลยถูกฟ้องก็ชอบที่จะยกเหตุตามที่ระบุในคำสั่งเลิกจ้างโจทก์เป็นข้อต่อสู้ จะยกเหตุอื่นนอกเหนือจากที่ระบุในคำสั่งเลิกจ้างเป็นข้อต่อสู้ไม่ได้ จำเลยจึงยกเหตุว่าโจทก์จงใจทำให้จำเลยซึ่งเป็นนายจ้างได้รับความเสียหายขึ้นเป็นข้อต่อสู้ไม่ได้ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย จำเลยอุทธรณ์ประการสุดท้ายว่า การที่โจทก์ด่านางวันทนีย์ว่าอีหัวล้านเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานในกรณีที่ร้ายแรงนั้นเห็นว่า แม้ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยตามเอกสารหมาย ล.5 ข้อ 71 จะกำหนดห้ามมิให้ลูกจ้างโต้เถียงหรือพูดจาประชดประชันหรือแสดงกริยาวาจาไม่สุภาพ หรือแสดงกิริยาดูหมิ่นเหยียดหยามลูกค้า ผู้บังคับบัญชาหรือผู้มาติดต่อหรือพนักงานด้วยกันเองก็ตาม แต่ตามระเบียบข้อบังคับดังกล่าวก็มิได้กำหนดว่าการฝ่าฝืนเป็นกรณีที่ร้ายแรงประการใด และเมื่อพิเคราะห์ถึงพฤติการณ์ก่อนเกิดเหตุดังกล่าวก็จะเห็นได้ว่าโจทก์และลูกจ้างอื่นประมาณ 40 คน ประสงค์จะได้รับค่าจ้างอันเป็นเป้าหมายสำคัญในการทำงานของผู้มีอาชีพรับจ้างตามกำหนดเวลาเพื่อจะได้นำไปใช้จ่ายเลี้ยงดูชีวิตของลูกจ้างและครอบครัวเมื่อจำเลยไม่จ่ายให้ตามกำหนดเวลาซึ่งถือได้ว่าเป็นการผิดสัญญาและไม่ชอบด้วยประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานข้อ 29 ย่อมทำให้โจทก์และลูกจ้างดังกล่าวผิดหวังเกิดความรู้สึกไม่พอใจจำเลย และมายืนออกันอยู่ที่หน้าโรงงาน ในขณะที่ยืนออกันอยู่นั้นเมื่อเห็นนางวันทนีย์ขับรถผ่านมา โจทก์ได้กล่าวถ้อยคำไม่สุภาพต่อนางวันทนีย์ ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นการแสดงความไม่พอใจต่อจำเลยอันมีผลสืบเนื่องมาจากการที่จำเลยไม่จ่ายค่าจ้างให้แก่โจทก์ ทั้งโจทก์ก็กล่าวเพียงคำว่าอีหัวล้านเท่านั้น มิได้กล่าววาจาหรือแสดงกริยาอย่างอื่นใดประกอบอีกเพียงถ้อยคำซึ่งกล่าวด้วยอารมณ์ผิดหวังดังเช่นกรณีของโจทก์จึงถือไม่ได้ว่าเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับทำงานของจำเลยในกรณีที่ร้ายแรงที่จำเลยผู้เป็นนายจ้างมีสิทธิเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47(3) ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์ ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2411/2537 นาย เฉลย เกษ ประดิษฐ์ โจทก์ บริษัท เรดิ คอน จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย เฉลย เกษ ประดิษฐ์ · จำเลย - บริษัท เรดิ คอน จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชลอ บุณยเนตร · ชลิต ประไพศาล · สวรรค์ ศักดารักษ์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2487/2524ฎีกา 995/2529ฎีกา 12194-12198/2553ฎีกา 2972-2973/2529ฎีกา 7238-7239/2544ฎีกา 2652/2523ฎีกา 2893/2540ฎีกา 3116/2529ฎีกา 4091/2549ฎีกา 8785/2550ฎีกา 2894/2532ฎีกา 6877/2544ฎีกา 7083/2548ฎีกา 2418/2544ฎีกา 8628/2550ฎีกา 3591/2529ฎีกา 2314/2529ฎีกา 144/2535ฎีกา 5396/2540ฎีกา 1221/2549ฎีกา 1027/2527ฎีกา 1398/2506ฎีกา 110/2516ฎีกา 7044/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ