คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4894/2537
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษารับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาได้ ต้องยื่นพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนด 1 เดือน นับแต่วันที่ได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ หากคำฟ้องฎีกาฉบับแรกถูกศาลชั้นต้นสั่งไม่รับ คำฟ้องฎีกาฉบับใหม่ที่ยื่นภายหลัง แม้จะได้รับคำรับรองจากผู้พิพากษาแล้ว ก็ถือว่ายื่นพ้นกำหนดระยะเวลาหากเกิน 1 เดือนนับแต่วันอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
ย่อคำพิพากษา
การขอให้ผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์รับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาได้ ผู้ฎีกาต้องยื่นคำร้องถึงผู้พิพากษานั้นพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนด 1 เดือน นับแต่วันที่ได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 ประกอบด้วยมาตรา 248 วรรคสี่ การที่จำเลยเคยยื่นคำฟ้องฎีกาภายในกำหนดระยะเวลาฎีกา แต่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับแล้ว คำฟ้องฎีกาของจำเลยจึงตกไป แม้ต่อมาจำเลยได้ยื่นคำฟ้องฎีกาฉบับใหม่พร้อมกับยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองให้ฎีกาและผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาได้ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งรับคำฟ้องฎีกาของจำเลยก็ตาม ก็เป็นคำฟ้องฎีกาที่ยื่นพ้นกำหนด1 เดือน นับแต่วันที่ได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แล้ว ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางที อำเคน · จำเลย - นายทองใบ คงเพชร |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สถิตย์ สิทธิลักษณ์ · ปรีชา เฉลิมวณิชย์ · ธีระจิต ไชยาคำ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดอุดรธานี - นายสนิท ตระกูลพรายงาม · ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ - นายธำรงศักดิ์ ขมะวรรณ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา