⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4950/2537

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4950/2537

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การต่อสู้เถียงกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทซึ่งเป็นคดีมีทุนทรัพย์ที่ราคาทรัพย์สินหรือจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของมีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาททั้งสองแปลงซึ่งมีราคา 25,000 บาท และ 30,000 บาทตามลำดับขอให้ศาลพิพากษาว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์และให้จำเลยในฐานะทายาทโดยธรรมของ ต. ผู้ตายไปดำเนินการเปลี่ยนแปลงชื่อทางทะเบียนตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) ของที่ดินพิพาทเป็นชื่อโจทก์ จำเลยให้การต่อสู้ว่า ที่ดินพิพาทเป็นของ ต.และ ส.ครอบครองทำประโยชน์ตลอดมาต่อมาต.ยกให้ส.ที่ดินพิพาทจึงเป็นของ ส. มิใช่ของโจทก์ ดังนี้ เป็นการต่อสู้เถียงกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทซึ่งเป็นคดีมีทุนทรัพย์ที่ราคาทรัพย์สินหรือจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาทจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.150 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.248

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่าที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์(น.ส.3 ก.) เลขที่ 1796 และเลขที่ 1602 เป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้อง ให้จำเลยในฐานะทายาทโดยธรรมผู้สืบสันดานของนางตุ๋ยไปดำเนินการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงชื่อในหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) ทั้ง 2 ฉบับเป็นของโจทก์ภายใน 7 วันนับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษา หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาแทนจำเลยให้นิติกรรมใด ๆ เกี่ยวกับที่ดินทั้งสองแปลงที่กระทำลงหลังจากนางตุ๋ย ถึงแก่กรรมเป็นโมฆะ จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นเจ้าของมีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาททั้งสองแปลงซึ่งมีราคา 25,000 บาท และ30,000 บาทตามลำดับ ขอให้ศาลพิพากษาว่า ที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์และให้จำเลยในฐานะทายาทโดยธรรมของนางตุ๋ย ใจดี ผู้ตายไปดำเนินการเปลี่ยนแปลงชื่อทางทะเบียนตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.)ของที่ดินพิพาทเป็นชื่อโจทก์ จำเลยให้การต่อสู้ว่าที่ดินพิพาทเป็นของนางตุ๋ยมารดาจำเลยและนางแสง หลงศรีภูมิ ครอบครองทำประโยชน์ตลอดมา ต่อมานางตุ๋ยยกให้นางแสงที่ดินพิพาทจึงเป็นของนางแสง มิใช่ของโจทก์ผู้มีสิทธิครอบครอง ดังนี้เป็นการต่อสู้เถียงกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทซึ่งเป็นคดีมีทุนทรัพย์ ที่โจทก์ฎีกาว่าพยานหลักฐานที่นำสืบมาคดีฟังได้ว่า โจทก์ได้รับการยกให้จากบิดาและได้ครอบครองทำประโยชน์ตลอดมาจึงเป็นเจ้าของมีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทนั้น เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อที่ดินพิพาททั้งสองแปลงมีราคา 25,000 บาท และ 30,000 บาทตามลำดับจึงเป็นคดีที่ราคาทรัพย์สินหรือจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท และโจทก์ยื่นฎีกาเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2536อันเป็นเวลาภายหลังจากวันที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 วรรคหนึ่ง แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2534 มาตรา 18ใช้บังคับแล้ว คดีโจทก์จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามกฎหมายดังกล่าวที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาโจทก์ไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย" พิพากษายกฎีกาโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4950/2537 นาง ใส แก้ว หนอง แสง หรือ ใจ ดี โจทก์ นาง แจ้ง ไกรพิมาย หรือ ใจ ดี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง ใส แก้ว หนอง แสง หรือ ใจ ดี · จำเลย - นาง แจ้ง ไกรพิมาย หรือ ใจ ดี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เสมอ อินทรศักดิ์ · นิวัตน์ แก้วเกิดเคน · ดุสิต เพชรปลูก
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5302/2548ฎีกา 1015/2509ฎีกา 2467/2526ฎีกา 824/2519ฎีกา 1590/2513ฎีกา 4015/2528ฎีกา 83-84/2529ฎีกา 1229/2545ฎีกา 2812/2539ฎีกา 1030/2509ฎีกา 817/2490ฎีกา 1339/2543ฎีกา 8732/2549ฎีกา 2186/2550ฎีกา 1398/2493ฎีกา 891/2510ฎีกา 825/2509ฎีกา 6058/2538ฎีกา 6455/2538ฎีกา 142/2530ฎีกา 2290/2535ฎีกา 6528/2537ฎีกา 5911-5913/2533ฎีกา 1783/2527
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ