⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6059/2537

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6059/2537

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
นิติกรรมที่ต้องห้ามโดยชัดแจ้งโดยกฎหมายเป็นโมฆะ และคู่กรณีต้องกลับสู่ฐานะเดิมเสมือนไม่มีนิติกรรมนั้นเกิดขึ้น.

ย่อคำพิพากษา

ที่พิพาทเป็นที่ดินมีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.)มีข้อกำหนดห้ามโอนภายใน 10 ปี ตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 31โจทก์ซื้อที่พิพาทจากนาย ส. และเข้าครอบครองทำประโยชน์ในที่พิพาทตลอดมา นิติกรรมการซื้อขายที่ดินระหว่างโจทก์กับนายส.เป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมาย ย่อมตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 113(เดิม) ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับในขณะทำสัญญา คู่กรณีต้องกลับสู่ฐานะเดิม โดยถือเสมือนหนึ่งว่าไม่มีการทำนิติกรรมซื้อขายที่ดินกัน แต่การที่โจทก์ยังยึดถือครอบครองที่ดินตลอดมาทั้งภายใน 10 ปี และหลัง 10 ปีนับจากวันห้ามโอนแล้ว โจทก์จะได้สิทธิครอบครองในที่ดินหรือไม่เพียงใดต้องแล้วแต่ข้อเท็จจริงว่าโจทก์ได้ยึดถือที่ดินโดยเจตนาจะยึดถือเพื่อตนหรือไม่ ไม่มีกฎหมายใดให้สิทธิโจทก์ที่จะนำคดีมาฟ้องหรือร้องขอต่อศาลว่าโจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครอง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายที่ดิน ม.31 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.150 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1367

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อประมาณเดือนมิถุนายน 2519 โจทก์ได้ซื้อที่ดินแปลงหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 214เนื้อที่ 15 ไร่ 60 ตารางวา จากนายสาย แต่มิได้ทำหลักฐานเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เนื่องจากที่ดินแปลงดังกล่าวมีข้อกำหนดห้ามโอนไว้ภายในระยะเวลา 10 ปี โจทก์ได้เข้าครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินแปลงดังกล่าว โดยเจตนายึดถือเป็นของตนเอง ไม่มีบุคคลใดเข้าโต้แย้งคัดค้านนับถึงปัจจุบันเป็นเวลา 14 ปีแล้ว โจทก์จึงเป็นผู้มีสิทธิครอบครอง เมื่อประมาณต้นเดือนกรกฎาคม 2533 จำเลยได้เข้ารบกวนการครอบครองของโจทก์ด้วยการเข้ามาไถต้นมันสำปะหลังตามแนวเขตที่ดินทั้งสี่ด้าน ขอให้พิพากษาว่าที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.)เลขที่ 214 โจทก์เป็นผู้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินและให้เจ้าพนักงานที่ดินเพิกถอนชื่อนายสายออกเสียจากการเป็นผู้ได้ครอบครองและจดชื่อของโจทก์ไว้แทน ห้ามจำเลยเข้าเกี่ยวข้องในที่ดิน จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีโจทก์ฝ่ายเดียวแล้ว พิพากษาห้ามมิให้จำเลยเข้ามายุ่งเกี่ยวกับที่ดินหนังสือรับรองการทำประโยชน์(น.ส.3 ก.) เลขที่ 214 คำขออื่นของโจทก์ให้ยก โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่า โจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 214 ตำบลนายายอาม อำเภอท่าใหม่จังหวัดจันทบุรี หรือไม่ เห็นว่า ตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์(น.ส.3 ก.) เอกสารหมาย จ.2 ได้ห้ามโอนไว้ภายในกำหนด 10 ปีตามประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497 มาตรา 31 ดังนั้น นิติกรรมการซื้อขายที่ดินระหว่างโจทก์กับนายสายเป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมายย่อมตกเป็นโมฆะ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา113 (เดิม) ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับในขณะทำสัญญา คู่กรณีต้องกลับสู่ฐานะเดิมโดยถือเสมือนหนึ่งว่าไม่มีการทำนิติกรรมซื้อขายที่ดินกัน แต่การที่โจทก์ยังยึดถือครอบครองที่ดินตลอดมาทั้งภายในเวลา 10 ปี และหลัง 10 ปี นับจากวันห้ามโอนแล้ว โจทก์จะได้สิทธิครอบครองในที่ดินหรือไม่เพียงใดแล้วแต่ข้อเท็จจริงว่าโจทก์ได้ยึดถือที่ดินโดยเจตนาจะยึดถือเพื่อตนหรือไม่ ไม่มีกฎหมายใดให้สิทธิโจทก์ที่จะนำคดีมาฟ้องหรือร้องขอต่อศาลว่าโจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครอง พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6059/2537 นาง นิล พัด เล็ก โจทก์ นาย บุญ เสริม ดวง เดือน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง นิล พัด เล็ก · จำเลย - นาย บุญ เสริม ดวง เดือน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมปอง เสนเนียม · มีพาศน์ โปตระนันทน์ · ธวัชชัย พิทักษ์ผล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5465-5466/2555ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 770/2535ฎีกา 3345/2535ฎีกา 7200/2540ฎีกา 1280/2492ฎีกา 933/2560ฎีกา 961/2566ฎีกา 817/2490ฎีกา 8732/2549ฎีกา 4332/2536ฎีกา 194/2543ฎีกา 2938/2519ฎีกา 2718/2538ฎีกา 5640/2541ฎีกา 8938-8992/2552ฎีกา 6163/2537ฎีกา 2257/2543ฎีกา 8739/2551ฎีกา 805/2506ฎีกา 5162/2553ฎีกา 663/2488ฎีกา 4541/2550ฎีกา 958/2552
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา