⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 887/2537

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 887/2537

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นในปัญหาข้อเท็จจริงในความผิดฐานหน่วงเหนี่ยวกักขังตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 310 วรรคแรก ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 ทวิ

ย่อคำพิพากษา

ความผิดฐานหน่วงเหนี่ยวกักขังตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 310 วรรคแรก มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาทหรือทั้งจำทั้งปรับห้ามมิให้โจทก์อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง การที่โจทก์อุทธรณ์ขอให้ศาลอุทธรณ์ให้การลงโทษเป็นการอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 ทวิ เมื่อจำเลยมิได้อุทธรณ์ข้อหาดังกล่าวจึงยุติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาในข้อหาดังกล่าวมาโดยไม่รอการลงโทษจำเลยจึงไม่ชอบ ศาลฎีกายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในส่วนนี้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.310

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า ระหว่างวันที่ 29 มกราคม 2535 ถึงวันที่กุมภาพันธ์ 2535 จำเลยกับพวกอีก 1 คน ซึ่งยังจับตัวไม่ได้ร่วมกันพรากผู้เยาว์โดยการพาตัวนางสาววัชรา คุณพระรักษา ผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้เยาว์อายุกว่า 15 ปี แต่ยังไม่เกิน 18 ปี ไปเสียจากความปกครองดูแลของนางทวี คุณพระรักษา ผู้เป็นมารดา โดยผู้เยาว์ไม่เต็มใจไปด้วย เพื่อการอนาจาร และวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2535จำเลยข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหาย ซึ่งมิใช่ภริยาของจำเลยโดยเข้าประทุษร้าย จนจำเลยสำเร็จความใคร่ โดยผู้เสียหายไม่ยินยอมแต่อยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้และระหว่างวันที่ 29 มกราคม2535 ถึงวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2535 จำเลยกับพวกร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้เสียหายไว้ภายในบ้านพัก โดยคอยควบคุมดูแลมิให้ผู้เสียหายหลบหนี เป็นเหตุให้ผู้เสียหายต้องปราศจากเสรีภาพในร่างกาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276, 318,310, 83, 91 จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 276 วรรคแรก, 310 วรรคแรก, 318 วรรคท้าย, 83ให้เรียงกระทงลงโทษตามมาตรา 91 จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามมาตรา 78 เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้วคงจำคุกจำเลยมีกำหนด 3 ปี 9 เดือน ปรับ 9,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 4 ปี โดยกำหนดเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่รอการลงโทษจำคุกและไม่คุมความประพฤติจำเลย จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ความผิดฐานหน่วงเหนี่ยวกักขังตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 310 วรรคแรก มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน3 ปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ห้ามมิให้โจทก์อุทธรณ์ขอให้ศาลอุทธรณ์ไม่รอการลงโทษจำเลย ซึ่งเป็นการอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 193 ทวิ เมื่อจำเลยมิได้อุทธรณ์ข้อหาดังกล่าวจึงยุติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาในข้อหาดังกล่าวมาจึงเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีการับวินิจฉัยเฉพาะข้อหาข่มขืนกระทำชำเราและพรากผู้เยาว์เพื่อการอนาจารซึ่งตามฎีกาจำเลยที่ว่าสมควรจะรอการลงโทษจำเลยหรือไม่นั้น จากรายงานที่พนักงานคุมประพฤติสืบเสาะฟังได้ว่าจำเลยได้ใช้ผ้าปิดปากและจมูกผู้เสียหายกับจับผู้เสียหายมัด ใช้ผลส้มอุดปาก มีการกักขัง ข่มขู่ผู้เสียหายพฤติการณ์แห่งคดีเป็นภัยร้ายแรง ที่ศาลอุทธรณ์ไม่รอการลงโทษให้จำเลยในข้อหาข่มขืนกระทำชำเราและพรากผู้เยาว์เพื่อการอนาจารเป็นดุลพินิจที่ชอบ ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในส่วนข้อหาหน่วงเหนี่ยวกักขังตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 310 วรรคแรกโดยให้บังคับคดีในข้อหานี้ไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 887/2537 พนักงานอัยการ จังหวัด ชลบุรี โจทก์ นาย สม ชาย หรือ หนึ่ง แซ่โท้ว จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด ชลบุรี · จำเลย - นาย สม ชาย หรือ หนึ่ง แซ่โท้ว
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)โสภณ รอดหิรัญ · มงคล สระฏัน · สนัด หมายสวัสดิ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 887/2518ฎีกา 3849/2533ฎีกา 1514/2532ฎีกา 222/2554ฎีกา 1734-1735/2532ฎีกา 51/2517ฎีกา 7854/2549ฎีกา 312/2558ฎีกา 1974/2539ฎีกา 1817/2552ฎีกา 8917/2546ฎีกา 218/2483ฎีกา 891/2515ฎีกา 4904/2548ฎีกา 3560/2525ฎีกา 5131/2554ฎีกา 2444/2521ฎีกา 9046/2554ฎีกา 2495/2516ฎีกา 2010/2528ฎีกา 7092/2555ฎีกา 415/2550ฎีกา 5521/2537ฎีกา 21/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา