คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3091/2538
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฎีกาในข้อเท็จจริงต้องห้ามเมื่อทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท.
ย่อคำพิพากษา
คดีที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับให้จำเลยชำระเงิน 2 จำนวน คือจำนวน 149,512.88 บาท กับจำนวน62,248.90 บาท เมื่อรวมแล้วเป็นเงินจำนวน 211,761.78 บาท แม้จะเกินสองแสนบาท แต่ในคำพิพาษาของศาลอุทธรณ์ภาค 2 ได้วินิจฉัยยอมให้จำเลยหักค่าเช่าฉางและค่ากรรมกรขนข้าวที่โจทก์ค้างชำระแก่จำเลยออกก่อนเป็นจำนวน66,280.97 บาท จึงเท่ากับว่าทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาเหลือเพียง145,480.81 บาท คดีจึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่ง
ในกรณีที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ชำระเงินแก่จำเลยตามฟ้องแย้งจำนวน 120,000.97 บาท พร้อมดอกเบี้ย ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับให้ยกฟ้องแย้งจำเลย ฟ้องแย้งของจำเลยจึงมีจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท คดีต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่ง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร · จำเลย - สหกรณ์การเกษตรแม่ใจ จำกัด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ทวีชัย เจริญบัณฑิต · นิเวศน์ คำผอง · ดุสิต เพชรปลูก |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดพะเยา - นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล · ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ - นายทองสุก ปิงเมือง |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา