คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3217/2538
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ทรงเช็คโดยชอบด้วยกฎหมายย่อมได้รับความคุ้มครองจากการต่อสู้ด้วยข้อต่อสู้อันอาศัยความเกี่ยวพันเฉพาะบุคคลระหว่างผู้สั่งจ่ายกับผู้ทรงคนก่อน เว้นแต่การโอนเช็คจะมีขึ้นด้วยการคบคิดฉ้อฉล
ย่อคำพิพากษา
โจทก์เป็นผู้ครอบครองเช็คผู้ถือ จึงเป็นผู้ทรงโดยชอบด้วยกฎหมาย จำเลยซึ่งเป็นผู้สั่งจ่ายเช็คพิพาทไม่อาจจะต่อสู้โจทก์ด้วยข้อต่อสู้อันอาศัยความเกี่ยวพันเฉพาะบุคคลระหว่างจำเลยกับผู้ทรงคนก่อน ๆ เว้นแต่การโอนจะมีขึ้นด้วยคบคิดกันฉ้อฉล เมื่อศาลอุทธรณ์ฟังว่า พยานหลักฐานจำเลยฟังไม่ได้ว่าโจทก์รับโอนเช็คพิพาทด้วยคบคิดกันฉ้อฉล ซึ่งเป็นดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐาน จึงเป็นปัญหาข้อเท็จจริง หาใช่ปัญหากฎหมายไม่ ดังนั้น เมื่อทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกามีไม่เกิน 200,000 บาท จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวล-กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่ง ที่ศาลชั้นต้นรับฎีกาของจำเลยเป็นข้อกฎหมายไว้พิจารณาจึงเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายประสิทธิ์ จวนรุ่ง · จำเลย - นายอภิชาติ อ่วมบรรจง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จรัญ หัตถกรรม · นิเวศน์ คำผอง · ทองเลื่อน พูลพิพัฒน์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายสมศักดิ์ อเนกพุฒิ · ศาลอุทธรณ์ - นายคงศักดิ์ วัชรคงศักดิ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา