⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 600/2538

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 600/2538

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อสิทธิเรียกร้องหรือคำขอของผู้ร้องเป็นสิทธิเฉพาะตัวที่สิ้นสุดลงเมื่อผู้ร้องถึงแก่ความตาย คดีนั้นย่อมไม่มีประโยชน์ที่จะวินิจฉัยต่อไป ศาลจึงมีคำสั่งจำหน่ายคดีออกจากสารบบความได้

ย่อคำพิพากษา

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอเป็นกรรมการของมูลนิธิ พ.อันเป็นสิทธิเฉพาะตัวของผู้ร้อง เมื่อผู้ร้องถึงแก่กรรม คดีจึงไม่มีประโยชน์ที่ศาลฎีกาจะวินิจฉัยฎีกาของผู้ร้องต่อไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 132 (3) ศาลฎีกาให้จำหน่ายคดีออกเสียจากสารบบความ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.132 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.125

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า มูลนิธิเพื่อศูนย์กลางอิสลามแห่งประเทศไทยเป็นนิติบุคคลบริหารงานโดยคณะกรรมการ ซึ่งมีจำนวนไม่น้อยกว่า ๑๕ คน ไม่มากกว่า ๒๕ คน อยู่ในตำแหน่งคราวละ ๖ ปี มีการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงกรรมการครั้งหลังสุดวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๒๕ ผู้คัดค้านที่ ๑ เป็นประธานคณะกรรมการ คณะกรรมการดังกล่าวได้รับตำแหน่ง ตั้งแต่วันที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๒๘ จะต้องพ้นตำแหน่งในวันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๓๐ หลังจากครบกำหนดที่ต้องพ้นตำแหน่งแล้วไม่มีใครได้รับเลือกตั้งและแต่งตั้งเข้ารับตำแหน่ง มูลนิธิดังกล่าวจึงไม่มีคณะกรรมการที่ถูกต้องตามกฎหมายตั้งแต่ วันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๓๐ อีกทั้งการบริหารงานไม่เป็นไปตามระเบียบข้อบังคับของตราสารจัดตั้งมูลนิธิ ขอให้มีคำสั่ง ตั้งบุคคลตามคำร้องเป็นกรรมการ เพื่อบริหารงานของมูลนิธิต่อไป ผู้คัดค้านทั้งสิบเอ็ดยื่นคำคัดค้านและแก้ไขคำคัดค้านว่า ผู้ร้องและบุคคลที่จะเข้ามาเป็นกรรมการตามคำร้องขาดคุณสมบัติที่จะเป็นกรรมการมูลนิธิผู้คัดค้านได้ดำเนินงานของมูลนิธิตามตราสารจัดตั้งโดยมิได้ทำให้มูลนิธิ เสียหาย ขอให้มีคำสั่งยกคำร้องและแต่งตั้งผู้คัดค้านกับพวกเป็นกรรมการของมูลนิธิ ระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น ผู้ร้องและผู้คัดค้านทั้งสิบเอ็ดแถลงร่วมกันว่า คดีตกลงกันได้โดยผู้ร้องและ ผู้คัดค้านทั้งสิบเอ็ดจะเสนอรายชื่อกรรมการมูลนิธิต่อศาลคนละ ๒๕ ชื่อ พร้อมทั้งคุณสมบัติของผู้ที่จะเป็นกรรมการ แต่ละคนแล้วใส่ซองปิดผนึกส่งต่อศาล เพื่อให้ศาลพิจารณาบุคคลที่เหมาะสมเป็นกรรมการมูลนิธิโดยคู่ความยอมรับว่าบุคคลที่เสนอชื่อมานั้นเป็นผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนที่จะเป็นกรรมการมูลนิธิ คู่ความไม่สืบพยาน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเลือกรายชื่อบุคคลที่ผู้ร้องและผู้คัดค้านเสนอต่อศาลเป็นกรรมการมูลนิธิรวม ๒๕ คน แต่ไม่มีชื่อผู้ร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ระหว่างพิจารณาผู้ร้องถึงแก่กรรม นายมายี๊ด ตะเคียนคาม ทายาทของผู้ร้องยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลฎีกายกคำร้อง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ผู้ร้องยื่นคำร้องขอเป็นคณะกรรมการของมูลนิธิเพื่อศูนย์กลางอิสลามแห่งประเทศไทยอันเป็นสิทธิเฉพาะตัวของผู้ร้อง เมื่อผู้ร้องถึงแก่กรรม คดีจึงไม่มีประโยชน์ที่ศาลฎีกาจะวินิจฉัยฎีกาของผู้ร้องต่อไป ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๓๒ (๓) จึงให้จำหน่ายคดีออกเสียจากสารบบความ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 600/2538 นายสมาน ตะเคียนคาม ผู้ร้อง นายสมาน เพชรทองคำ กับพวก ผู้คัดค้าน

รายละเอียดคดี

คู่ความผู้ร้อง - นายสมาน ตะเคียนคาม · ผู้คัดค้าน - นายสมาน เพชรทองคำ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สถิตย์ ไพเราะ · พรชัย สมรรถเวช · สมคิด ไตรโสรัส
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสมชัย จึงประเสริฐ · ศาลอุทธรณ์ - นายธีรศักดิ์ เตียวัฒนานนท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6025/2538ฎีกา 2245/2535ฎีกา 2018/2548ฎีกา 1874/2519ฎีกา 8167/2538ฎีกา 3271/2538ฎีกา 12569/2547ฎีกา 5818/2549ฎีกา 8366/2557ฎีกา 3865/2537ฎีกา 2762/2536ฎีกา 6472/2541ฎีกา 1574/2498ฎีกา 2627/2522ฎีกา 3474/2538ฎีกา 514/2499ฎีกา 581/2502ฎีกา 690/2512ฎีกา 491/2523ฎีกา 923/2523ฎีกา 2159/2530ฎีกา 8780/2538ฎีกา 285/2514ฎีกา 757/2522
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา