คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6654/2538
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากพยานที่นำสืบก่อนมิได้เบิกความถึงข้อเท็จจริงที่ฝ่ายที่ต้องนำสืบภายหลังต้องการพิสูจน์ ฝ่ายที่ต้องนำสืบภายหลังก็ไม่จำต้องถามค้านพยานนั้น
ย่อคำพิพากษา
กรณีที่คู่ความซึ่งมีหน้าที่นำสืบพยานภายหลังต้องถามค้านพยานของฝ่ายที่นำสืบก่อนไว้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 89 วรรคแรก (ข) นั้น หมายความว่าเพื่อพิสูจน์ข้อความอย่างใดอย่างหนึ่งอันเกี่ยวด้วยการกระทำหรือถ้อยคำหรือหนังสือซึ่งพยานที่มาเบิกความได้กระทำขึ้น ดังนั้น พยานที่รับเงินสดจากโจทก์ที่ธนาคาร ก. สาขาบางโพ ก็คือนาย ว. แต่คดีนี้นาย ว. มิได้มาเบิกความเป็นพยานเนื่องจากถึงแก่ความตายไปก่อน ส่วนพยานจำเลยปากอื่นก็มิได้รู้เห็นเกี่ยวข้องกับการชำระเงินสดของนาย ว. ทั้งตัวจำเลยก็มิได้มาเบิกความต่อศาล จึงมิใช่กรณีที่โจทก์ต้องถามค้านพยานไว้ก่อนตามบทกฎหมายดังกล่าว
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายทรงชัย เอี่ยมศิริ · จำเลย - นายประสงค์ พานิชภักดี |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประสิทธิ์ แสนศิริ · ชลอ ทองแย้ม · ทวิช กำเนิดเพ็ชร์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดระยอง - นายวรงค์พร จิระภาค · ศาลอุทธรณ์ - นายไพบูลย์ ถิรรุ่งเรือง |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา