⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 8336/2538

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8336/2538

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าพนักงานอายัดตัวจำเลยที่ถูกจับในท้องที่อื่นมาสอบสวนในคดีนี้ ไม่ถือว่าจำเลยถูกจับในเขตอำนาจศาลที่ถูกฟ้อง และการถูกจำคุกในคดีอื่นที่ยังไม่ถึงที่สุด ไม่ทำให้เรือนจำถือเป็นภูมิลำเนาของจำเลยตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

ในขณะที่โจทก์ยื่นฟ้องคดีนี้ จำเลยถูกจับในท้องที่อำเภอสระแก้วจังหวัดปราจีนบุรี ในข้อหาพยายามฆ่าและต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ ปลอมแปลงเอกสารและใช้เอกสารปลอมกับข้อหาอื่น ๆ ซึ่งมิใช่ข้อหาลักทรัพย์หรือรับของโจทก์ตามที่โจทก์ฟ้องคดีนี้ ศาลจังหวัดกบินทร์บุรีได้พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย จำเลยถูกจำคุกอยู่ในเรือนจำอำเภอกบินทร์บุรี แต่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 22 คำว่า จำเลยถูกจับในท้องที่หนึ่ง หมายถึงเจ้าพนักงานจับจำเลยจริง ๆ ในเขตศาลนั้นตามที่ถูกกล่าวหา เมื่อจำเลยถูกจับในความผิดฐานอื่นและเจ้าพนักงานตำรวจได้อายัดตัวจำเลยมาสอบสวนในคดีนี้ ถือไม่ได้ว่าคดีนี้จำเลยถูกจับในเขตอำนาจศาลจังหวัดกบินทร์บุรี โจทก์ฟ้องจำเลยต่อ ศาลจังหวัดกบินทร์บุรีไม่ได้ เรือนจำอำเภอกบินทร์บุรีซึ่งจำเลยต้องโทษจำคุกอยู่ในคดีอื่นในขณะที่โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยในคดีนี้ คดีดังกล่าวอยู่ในระหว่างอุทธรณ์ เรือนจำจึงมิใช่ท้องที่ที่จำเลยมีที่อยู่ เพราะคดีดังกล่าวจำเลยมิได้ถูกจำคุกตามคำพิพากษาอันถึงที่สุดของศาลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 47ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 1ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ที่ได้ตรวจชำระใหม่ พ.ศ.2535จึงไม่อาจถือว่าจำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ที่เรือนจำอำเภอกบินทร์บุรีอีกด้วยโจทก์จึงฟ้องจำเลยต่อศาลจังหวัดกบินทร์บุรีไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.22 ประมวลกฎหมายอาญา ม.22 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.47

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (1) (3) (8), 357, 33 ซึ่งเหตุเกิดที่ตำบลสระพระ อำเภอโนนไทย จังหวัดนครราชสีมา โจทก์ยื่นคำร้องขออนุญาตฟ้องคดีต่อศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งว่า จำเลยไม่มีที่อยู่หรือถูกจับในคดีที่ฟ้องในเขตอำนาจของศาลชั้นต้น ยังไม่มีเหตุผลสมควรจะรับฟ้องให้ยกคำร้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามคำบรรยายฟ้องและคำร้องขออนุญาตฟ้องคดีของโจทก์ ปรากฎว่าในขณะที่โจทก์ยื่นฟ้องคดีนี้เจ้าพนักงานตำรวจได้จับจำเลยในท้องที่อำเภอสระแก้ว จังหวัดปราจีนบุรี ในข้อหาพยายามฆ่าและต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ ปลอมแปลงเอกสารและใช้เอกสารปลอมกับข้อหาอื่น ๆ ซึ่งมิใช่ข้อหาลักทรัพย์หรือรับรองโจรตามที่โจทก์ฟ้องคดีนี้ เมื่อจำเลยถูกฟ้อง ศาลจังหวัดกบินทร์บุรีได้พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 27 ปี 9 เดือน ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2646/2537 จำเลยถูกจำคุกอยู่ในเรือนจำอำเภอกบินทร์บุรี ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 22 บัญญัติว่า เมื่อความผิดเกิดขึ้น อ้างหรือเชื่อว่าได้เกิดขึ้นในเขตอำนาจของศาลใด ให้ชำระที่ศาลนั้น แต่ถ้า(1) เมื่อจำเลยมีที่อยู่ หรือถูกจับในท้องที่หนึ่ง ฯลฯ จะชำระที่ศาลซึ่งท้องที่นั้น ๆ อยู่ในเขตอำนาจก็ได้ คำว่าจำเลยถูกจับในท้องที่หนึ่งหมายถึงเจ้าพนักงานจับจำเลยจริง ๆในเขตศาลนั้นตามที่ถูกกล่าวหา แต่ตามบันทึกการจับกุมจำเลยกับคำร้องขออนุญาตฟ้องคดีของโจทก์ ปรากฎว่าจำเลยถูกจับในความผิดฐานพยายามฆ่าและต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่และความผิดฐานอื่น ๆ ซึ่งมิใช่ความผิดตามที่ถูกกล่าวหาในคดีนี้ เจ้าพนักงานตำรวจคงจะขยายผลการกระทำผิดของจำเลยจึงได้อายัดตัวจำเลยมาสอบสวนในคดีนี้ กรณีถือไม่ได้ว่าคดีนี้จำเลยถูกขับในเขตอำนาจศาลจังหวัดกบินทร์บุรีส่วนเรือนจำอำเภอกบินทร์บุรีซึ่งจำเลยต้องโทษจำคุกอยู่ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2464/2537 ในขณะที่โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยในคดีนี้ปรากฎว่าคดีดังกล่าวอยู่ระหว่างอุทธรณ์เรือนจำจึงหาใช่ท้องที่ที่จำเลยมีที่อยู่ไม่เพราะคดีดังกล่าวจำเลยมิได้ถูกจำคุกตามคำพิพากษาอันถึงที่สุดของศาลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 47 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 1 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ที่ได้ตรวจชำระใหม่ พ.ศ.2535และบทบัญญัติดังกล่าวมีผลใช้บังคับก่อนที่โจทก์ยื่นฟ้องคดีนี้ ดังนั้น จึงไม่อาจถือว่าจำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ที่เรือนจำอำเภอกบินทร์บุรีอีกด้วย คำพิพากษาฎีกาที่ 3103/2536ระหว่างพนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดสีคิ้ว โจทก์ นายจันทร์ ไทยนอก กับพวก จำเลย ที่โจทก์อ้างข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้ โจทก์จะอาศัยความสะดวกในการดำเนินคดีแก่จำเลยโดยมิได้ปฎิบัติให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดไว้ ในเรื่องเขตอำนาจศาลมาฟ้องจำเลยต่อศาลจังหวัดกบินทร์บุรีหาชอบไม่ ศาลจังหวัดกบินทร์บุรีจึงไม่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีนี้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8336/2538

รายละเอียดคดี

องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมภพ โชติกวณิชย์ · สมพงษ์ สนธิเณร · ไพโรจน์ คำอ่อน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4333/2560ฎีกา 529/2484ฎีกา 5387/2547ฎีกา 88/2520ฎีกา 7238/2553ฎีกา 3966/2534ฎีกา 336/2557ฎีกา 709/2491ฎีกา 1141/2515ฎีกา 3790/2527ฎีกา 5103/2528ฎีกา 1929/2567ฎีกา 2207/2540ฎีกา 5723-5724/2531ฎีกา 2590/2524ฎีกา 127/2533ฎีกา 4411/2536ฎีกา 3475/2550ฎีกา 4575/2551ฎีกา 5312/2560ฎีกา 289/2497ฎีกา 1328/2523ฎีกา 4620-4621/2543ฎีกา 757/2521
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา