คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4151/2539
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฎีกาว่าข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยนั้นไม่มีอยู่จริงในสำนวน ถือเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งต้องห้ามฎีกาหากทุนทรัพย์ที่พิพาทกันไม่เกินที่กฎหมายกำหนด.
ย่อคำพิพากษา
ฎีกาผู้ร้องที่ว่า ในทางพิจารณาไม่มีการสืบพยานหลักฐานข้อเท็จจริงที่ว่า จ.ได้จดทะเบียนรับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินมรดกของ ต.และ จ.ก็ได้จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ยกให้แก่ผู้คัดค้านในวันเดียวกัน" แต่ศาลอุทธรณ์กลับหยิบยกเอาข้อเท็จจริงนอกสำนวนนี้ขึ้นมาวินิจฉัยพิพากษาคดี จึงเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เมื่อข้อเท็จจริงดังกล่าวมีอยู่ในสำนวนมิใช่ข้อเท็จจริงนอกสำนวน การที่ผู้ร้องกลับฎีกาว่าไม่มีข้อเท็จจริงดังกล่าวจึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกิน 200,000 บาท ต้องห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่ง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | ผู้ร้อง - นายลั้ง นาคยรรยงค์ · ผู้คัดค้าน - นายสุนันท์ อารมณ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมพงษ์ สนธิเณร · สมภพ โชติกวณิชย์ · ไพโรจน์ คำอ่อน |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสิงห์บุรี - นายเมธี ประจงการ · ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ - นายอุดมศักดิ์ นิติมนตรี |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา