⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4822/2539

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4822/2539

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่แสดงเหตุผลโต้แย้งอุทธรณ์ของโจทก์โดยอ้อมว่าศาลชั้นต้นใช้ดุลพินิจลงโทษจำเลยเหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ถือว่าได้แสดงเหตุผลในการตัดสินปัญหาข้อเท็จจริงไว้แล้ว

ย่อคำพิพากษา

คำพิพากษาศาลอุทธรณ์มิได้หยิบยกเหตุผลในการตัดสินมาหักล้างกับเหตุผลที่โจทก์ยกขึ้นกล่าวอ้างไว้ในอุทธรณ์นั้นตรง ๆ แต่ศาลอุทธรณ์ได้แสดงเหตุผลในการตัดสินโต้แย้งอุทธรณ์ของโจทก์ไว้โดยอ้อมแล้วว่า ศาลชั้นต้นใช้ดุลพินิจในการลงโทษจำเลยเหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขอุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น อันหมายถึงว่าเหตุผลตามอุทธรณ์ของโจทก์นั้นสู้เหตุผลที่ศาลชั้นต้นใช้ดุลพินิจลงโทษจำเลยตามพฤติการณ์แห่งคดีโดยรอการลงโทษจำคุกแก่จำเลยไม่ได้ จึงไม่มีเหตุที่ศาลอุทธรณ์จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขดุลพินิจของศาลชั้นต้นที่รอการลงโทษจำคุกแก่จำเลยดังนี้ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ได้แสดงเหตุผลในการตัดสินใจในปัญหาข้อเท็จจริงไว้แล้วจึงเป็นการชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 186(6)ประกอบมาตรา 215

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.186

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ขับรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน81-1964 กาญจนบุรี ลากจูงรถกึ่งพ่วงหมายเลขทะเบียน 81-1965กาญจนบุรี บรรทุกถ่านหินลิกไนต์ ซึ่งมีน้ำหนักบรรทุกเกินกว่าอัตราที่กำหนดไป 7,980 กิโลกรัมไปตามทางหลวงแผ่นดิน และอาจทำความเสียหายแก่ทางหลวงได้อันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. 2535 มาตรา 61, 73 จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. 2535 มาตรา 61, 73 จำคุก 3 เดือน และปรับ 6,000บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78คงจำคุก 1 เดือน 15 วัน และปรับ 3,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 1 ปี ไม่ชำระค่าปรับจัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29, 30 โจทก์อุทธรณ์ขอให้ไม่รอการลงโทษ โดยอัยการพิเศษประจำเขต 6 ซึ่งได้รับมอบหมายจากอัยการสูงสุดรับรองให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่โจทก์ฎีกาในข้อกฎหมายว่า คำฟ้องอุทธรณ์ของโจทก์ได้บรรยายข้อเท็จจริงเป็นเหตุที่สมควรเปลี่ยนแปลงแก้ไขคำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นไม่รอการลงโทษจำคุกแก่จำเลยไว้ว่า จำเลยฝ่าฝืนกฎหมายโดยบรรทุกน้ำหนักเกินไปถึง7,980 กิโลกรัม มีส่วนทำให้ถนนชำรุดสมควรได้รับโทษจำคุกเพื่อให้เข็ดหลาบไม่กล้ากระทำผิดอีก การรอการลงโทษจำคุกโดยปรับสถานเดียวไม่ทำให้จำเลยเกรงกลัว ทั้งยังเป็นตัวอย่างแก่ผู้กระทำผิดทำนองนี้รายอื่น แต่คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 มิได้มีเหตุผลระบุไว้ในคำพิพากษาในปัญหาข้อเท็จจริงที่ควรเปลี่ยนแปลงแก้ไขคำพิพากษาศาลชั้นต้นตามคำฟ้องอุทธรณ์ของโจทก์ อันเป็นข้อสำคัญซึ่งกฎหมายบังคับไว้ให้ต้องมีในคำพิพากษา ดังนั้น คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 215, 186(6) นั้น เห็นว่า แม้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2จะมิได้หยิบยกเหตุผลในการตัดสินมาหักล้างกับเหตุผลที่โจทก์ยกขึ้นกล่าวอ้างไว้นั้นตรง ๆ แต่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ได้แสดงเหตุผลในการตัดสินโต้แย้งคำฟ้องอุทธรณ์ของโจทก์ไว้โดยอ้อมแล้วว่า ศาลชั้นต้นใช้ดุลพินิจในการลงโทษจำเลยเหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงแก้ไข อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น อันหมายถึงว่าเหตุผลตามคำฟ้องอุทธรณ์ของโจทก์นั้นสู้เหตุผลที่ศาลชั้นต้นใช้ดุลพินิจลงโทษจำเลยตามพฤติการณ์แห่งคดีโดยรอการลงโทษจำคุกแก่จำเลยไม่ได้จึงไม่มีเหตุที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขดุลพินิจของศาลชั้นต้นที่รอการลงโทษจำคุกแก่จำเลย ดังนี้ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ได้แสดงเหตุผลในการตัดสินในปัญหาข้อเท็จจริงไว้แล้ว จึงเป็นการชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 186(6) ประกอบมาตรา 215 ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่3052/2531 คดีระหว่างนายดิเรก คงบันดาลสุข โจทก์นางเปรมจิตร์ แซ่เต็ง จำเลย ฎีกาโจทก์จึงฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4822/2539 อัยการ ตาก โจทก์ นาย อภัย สาธา หรือ สาขา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการ ตาก · จำเลย - นาย อภัย สาธา หรือ สาขา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุนพ กีรติยุติ · เสริม บุญทรงสันติกุล · สมบัติ เดียวอิศเรศ
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3299/2547ฎีกา 3416/2540ฎีกา 5677/2555ฎีกา 88/2520ฎีกา 5409/2533ฎีกา 9999/2559ฎีกา 1875/2547ฎีกา 964/2520ฎีกา 677/2487ฎีกา 1666/2506ฎีกา 3388/2526ฎีกา 657/2482ฎีกา 464/2523ฎีกา 3539/2547ฎีกา 1618/2499ฎีกา 2077/2530ฎีกา 5721/2544ฎีกา 21554/2556ฎีกา 5883/2541ฎีกา 2557/2522ฎีกา 7566/2549ฎีกา 7010/2548ฎีกา 765/2567ฎีกา 7491/2568
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา