⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5074/2539

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5074/2539

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่นให้ปราศจากเสรีภาพในร่างกาย ถือเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 310 แล้ว แม้จะกระทำเพียงช่วงเวลาสั้นๆ ก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

ความผิดฐานหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังตาม ป.อ. มาตรา 310 นั้นไม่ได้กำหนดว่าผู้กระทำผิดจะต้องหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังเป็นเวลานานเท่าใดจึงจะเป็นความผิด หากการหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังนั้นทำให้ผู้อื่นต้องปราศจากเสรีภาพในร่างกายแล้วก็ย่อมมีความผิดตามมาตรา 310 ดังกล่าว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.310

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังโจทก์ทั้งห้ากล่าวคือ ขณะที่โจทก์ทั้งห้ากำลังร่วมกันตรวจนับสต๊อกสินค้าอยู่ภายในร้านรองเท้าบาจา สาขาลำปาง 1 นั้น จำเลยทั้งสองร่วมกันปิดประตูเหล็กยืดหน้าร้านดังกล่าว และใส่กุญแจทำให้โจทก์ทั้งห้าต้องปราศจากเสรีภาพในร่างกาย โดยไม่มีทางออกจากร้านได้ ขอให้ลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 310, 83 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์ที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 310 วรรคแรก จำคุก 1 ปี และปรับ 2,000 บาท ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 ได้รับโทษจำคุกมาก่อนเห็นควรให้โอกาสจำเลยที่ 1 กลับตัวเป็นพลเมืองดี โทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี ตาม ป.อ. มาตรา 56 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่จำเลยที่ 1 ปิดประตูเหล็กยืดหน้าร้านรองเท้าโดยรู้อยู่ว่าโจทก์ทั้งห้ายังตรวจนับสต๊อกรองเท้าอยู่ภายในร้านโดยไม่มีทางออกอื่น จำเลยที่ 1 ย่อมเล็งเห็นได้ว่า โจทก์ทั้งห้าไม่สามารถออกจากร้านรองเท้าดังกล่าวได้ การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นความผิดฐานหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นให้ปราศจากเสรีภาพในร่างกายตามที่โจทก์ฟ้อง ที่จำเลยที่ 1 อ้างว่าตนเพียงออกไปรับประทานอาหารโดยใช้เวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมง จึงไม่มีความผิดฐานหน่วงเหนี่ยวกักขังทำให้โจทก์ปราศจากเสรีภาพนั้น เห็นว่าความผิดตาม ป.อ. มาตรา 310 ไม่ได้กำหนดว่า ความผิดฐานหน่วงเหนี่ยวกักขังนั้น ผู้กระทำผิดจะต้องหน่วงเหนี่ยวกักขังเป็นเวลานานเท่าใดจึงจะเป็นความผิด หากหน่วงเหนี่ยวกักขังทำให้ผู้อื่นต้องปราศจากเสรีภาพในร่างกายแล้วก็มีความผิด ฎีกาของจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5074/2539 นางสาวพวงเพ็ชร รอดแก้ว กับพวก โจทก์ นางพจนารถ ภาสุรพันธ์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาวพวงเพ็ชร รอดแก้ว กับพวก · จำเลย - นางพจนารถ ภาสุรพันธ์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สถิตย์ สิทธิลักษณ์ · ปรีชา เฉลิมวณิชย์ · ธีระจิต ไชยาคำ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงลำปาง - นายจักร อุตตโม · ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายสุนทร นาเนกรังสรรค์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 887/2518ฎีกา 3849/2533ฎีกา 1514/2532ฎีกา 222/2554ฎีกา 1734-1735/2532ฎีกา 51/2517ฎีกา 7854/2549ฎีกา 312/2558ฎีกา 1974/2539ฎีกา 1817/2552ฎีกา 8917/2546ฎีกา 218/2483ฎีกา 891/2515ฎีกา 4904/2548ฎีกา 3560/2525ฎีกา 5131/2554ฎีกา 2444/2521ฎีกา 9046/2554ฎีกา 2495/2516ฎีกา 2010/2528ฎีกา 7092/2555ฎีกา 415/2550ฎีกา 5521/2537ฎีกา 21/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา