⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6169/2539

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6169/2539

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฎีกาในข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับความจงใจขาดนัดพิจารณา จะต้องพิจารณาจากทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในคดีเป็นหลักในการพิจารณาว่าเป็นคดีที่ฎีกาได้หรือไม่ และหากทุนทรัพย์ในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท ต้องห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริงดังกล่าว

ย่อคำพิพากษา

แม้ฎีกาของจำเลยที่ 1 จะเกี่ยวกับการดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลชั้นต้นมิใช่ปัญหาเกี่ยวกับประเด็นพิพาทตามคำฟ้องก็ต้องถือตามทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในคดีเป็นหลักในการพิจารณาว่าเป็นคดีที่ฎีกาได้หรือไม่ การที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่ามิได้จงใจขาดนัดพิจารณา เป็นฎีกาในข้อเท็จจริง เมื่อทุนทรัพย์ในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท จึงต้องห้ามมิให้ฎีกา

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.248

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระค่าเสียหายตามสัญญาเช่าซื้อและสัญญาค้ำประกันจำนวน 153,740.37 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 1.75 ต่อเดือนนับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 130,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ15 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้อง จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์กับให้ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ1,500 บาท เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้ตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วสั่งยกคำร้อง จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายอันเกิดจากการที่จำเลยทั้งสองผิดสัญญาเช่าซื้อและสัญญาค้ำประกันจำนวน 153,740.37 บาท จึงเป็นคดีที่มีทุนทรัพย์ในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท ต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่ง การที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า จำเลยที่ 1 มิได้จงใจขาดนัดพิจารณา ซึ่งเป็นฎีกาในข้อเท็จจริงแม้ฎีกาของจำเลยที่ 1 จะเป็นกรณีที่เกี่ยวกับการดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลชั้นต้นมิใช่ปัญหาอันเกี่ยวกับประเด็นพิพาทตามคำฟ้อง ก็ต้องถือตามทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในคดีเป็นหลักในการพิจารณาว่าเป็นคดีที่ฎีกาได้หรือไม่เมื่อทุนทรัพย์ในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท ฎีกาของจำเลยที่ 1จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามบทกฎหมายดังกล่าว ที่ศาลชั้นต้นรับฎีกาของจำเลยที่ 1 มานั้นเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยส่วนที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่าจำเลยที่ 1 อุทธรณ์มาด้วยว่า จำเลยที่ 1มิได้จงใจขาดนัดยื่นคำให้การแต่ศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัยให้จึงขอให้ศาลฎีกาวินิจฉัยให้ด้วยนั้น เห็นว่า เมื่อจำเลยที่ 1ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงอันมีผลทำให้ไม่อาจอนุญาตให้พิจารณาใหม่ได้แล้ว จึงไม่จำต้องวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวอีกต่อไปเพราะไม่ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลงไปได้" พิพากษายกฎีกาจำเลยที่ 1 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6169/2539 บริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ ธน สยาม จำกัด ( มหาชน โจทก์ นาย ประกอบ แก้ว รัตน์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ ธน สยาม จำกัด ( มหาชน · จำเลย - นาย ประกอบ แก้ว รัตน์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สละ เทศรำพรรณ · สุรินทร์ นาควิเชียร · ถวิล อินทรักษา
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 746-750/2538ฎีกา 506/2507ฎีกา 44/2539ฎีกา 1645/2499ฎีกา 606/2489ฎีกา 909/2490ฎีกา 840/2537ฎีกา 2540/2539ฎีกา 3269/2537ฎีกา 1478/2523ฎีกา 5369/2537ฎีกา 2596/2544ฎีกา 1537/2482ฎีกา 2073/2538ฎีกา 9686/2539ฎีกา 38/2549ฎีกา 1533/2519ฎีกา 1056/2492ฎีกา 943/2520ฎีกา 1203/2549ฎีกา 401/2481ฎีกา 3552/2539ฎีกา 2662/2538ฎีกา 7578/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ