⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 859/2539

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 859/2539

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากสัญญาไม่ได้กำหนดถึงผลของการที่ฝ่ายหนึ่งไม่สามารถจัดหาสถาบันการเงินให้ตามที่ตกลงไว้ คู่สัญญาอีกฝ่ายจะต้องบอกกล่าวให้จัดหาให้ภายในระยะเวลาอันสมควรเสียก่อน จึงจะถือว่าฝ่ายนั้นเป็นฝ่ายผิดสัญญาและบอกเลิกสัญญาได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ทำสัญญาจะซื้อที่ดินพร้อมอาคารพาณิชย์จากจำเลยที่ 1ตามสัญญาเป็นหน้าที่ของจำเลยที่ 1 ที่จะต้องเป็นผู้จัดหาสถาบันการเงินมาให้โจทก์ผ่อนชำระเงิน แต่ในสัญญาไม่มีข้อกำหนดว่า ถ้าหากจำเลยที่ 1 หาสถาบันการเงินให้โจทก์ผ่อนชำระไม่ครบตามจำนวนเงินที่โจทก์จะต้องผ่อนชำระแล้ว จำเลยที่ 1จะต้องหาสถาบันการเงินแห่งใหม่หรือหาสถาบันการเงินมาเพิ่มเติมให้แก่โจทก์ในระยะเวลาใด ดังนั้นก่อนที่โจทก์จะถือว่าจำเลยที่ 1 เป็นฝ่ายผิดสัญญา โจทก์จะต้องบอกกล่าวให้จำเลยที่ 1 จัดหาสถาบันการเงินแห่งใหม่หรือจัดหาสถาบันการเงินมาเพิ่มเติมเพื่อให้โจทก์ผ่อนชำระเงินเสียภายในกำหนดระยะเวลาพอสมควรเมื่อโจทก์ยังมิได้กำหนดระยะเวลาพอสมควรให้จำเลยที่ 1 จัดหาสถาบันการเงินเสียก่อนตาม ป.พ.พ.มาตรา 387 จำเลยที่ 1 จึงยังไม่เป็นฝ่ายผิดสัญญา โจทก์จะบอกเลิกสัญญาไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.387

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสามารถ ฉั่วศิริพัฒนา · จำเลย - บริษัทพัทยาซีไซด์ จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สถิตย์ สิทธิลักษณ์ · ปรีชา เฉลิมวณิชย์ · ธีระจิต ไชยาคำ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่งธนบุรี - นายพลรัตน์ ประทุมทาน · ศาลอุทธรณ์ - นายสุวิทย์ นรนุตกุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5302/2538ฎีกา 1609-1610/2519ฎีกา 408/2548ฎีกา 2821/2522ฎีกา 390/2536ฎีกา 560/2553ฎีกา 144/2535ฎีกา 6344/2549ฎีกา 2409/2551ฎีกา 8367/2547ฎีกา 6239/2551ฎีกา 3601/2538ฎีกา 1593/2554ฎีกา 615/2531ฎีกา 3765/2532ฎีกา 3408/2530ฎีกา 679/2536ฎีกา 43-44/2516ฎีกา 4731/2530ฎีกา 1123/2514ฎีกา 9571/2544ฎีกา 1039/2541ฎีกา 573/2543ฎีกา 1434/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา