⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1881/2540

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1881/2540

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของที่ดินในขณะทำสัญญา หากผู้ขายสามารถจัดการให้ผู้ซื้อได้กรรมสิทธิ์ตามที่ตกลงกันไว้ สัญญาจะซื้อขายก็มีผลสมบูรณ์

ย่อคำพิพากษา

ผู้ทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินไม่จำต้องเป็นเจ้าของที่ดินในขณะทำสัญญาก็ได้เพราะสาระสำคัญที่เป็นวัตถุประสงค์ของการซื้อขายก็คือให้ผู้ซื้อได้กรรมสิทธิ์โดยชำระราคาตามที่ตกลงหากผู้ขายสามารถจัดการให้ผู้ซื้อได้กรรมสิทธิ์โดยชำระราคาตามที่ตกลงกันไว้สัญญาจะซื้อขายนั้นก็ใช้ได้แล้วฉะนั้นการที่จำเลยไปที่สำนักงานที่ดินในวันนัดพร้อมกับส. ผู้มีชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินและได้แสดงเจตนาว่าจะโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินให้แก่โจทก์ตามสัญญาแต่โจทก์เกี่ยงให้จำเลยรับโอนกรรมสิทธิ์จากส.ก่อนแล้วจัดการโอนให้แก่โจทก์จึงไม่อาจตกลงกันได้กรณีเช่นนี้แม้ว่าจำเลยจะไม่ได้มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินในวันนับโอนก็จะถือว่าจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญาไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.453 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.456

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยคืนเงินมัดจำ 130,000 บาทและให้ค่าเสียหายตามสัญญา 200,000 บาท แก่โจทก์ จำเลยให้การว่า โจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญา จำเลยมีสิทธิริบเงินมัดจำได้ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินตามโฉนดพิพาทจากนางแสงเอ้ย จันทร์ดวงโอดต่อมาวันที่ 5 ตุลาคม 2536 ขณะที่จำเลยยังไม่ได้รับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินมาเป็นของตน จำเลยทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินตามโฉนดพิพาทดังกล่าวกับโจทก์ ได้รับชำระมัดจำจากโจทก์จำนวนหนึ่งแล้ว ตกลงนัดไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์กับชำระราคาส่วนที่เหลือในวันที่ 5 เมษายน2537 ถึงกำหนดนัดไม่ได้มีการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์และชำระราคาส่วนที่เหลือตามสัญญา มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า เมื่อถึงวันโอนกรรมสิทธิ์ตามสัญญาคือวันที่ 5 เมษายน 2537 จำเลยจะต้องมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินตามสัญญาก่อนหรือไม่ การที่จำเลยไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินในวันนัดโอนกรรมสิทธิ์ตามสัญญาจะซื้อขายจะถือว่าจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญาหรือไม่ เห็นว่า ผู้ทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของที่ดินอยู่ในขณะทำสัญญาทำได้ เพราะสาระสำคัญที่เป็นวัตถุประสงค์ของการซื้อขายก็คือให้ผู้ซื้อได้กรรมสิทธิ์ไปโดยชำระราคาตามที่ตกลง หากผู้ขายสามารถจัดการให้ผู้ซื้อได้กรรมสิทธิ์โดยชำระราคาตามที่ตกลงกันไว้ สัญญาจะซื้อขายนั้นก็ใช้ได้แล้ว เมื่อข้อเท็จจริงได้ความยุติว่า ในวันนัดจำเลยไปที่สำนักงานที่ดินพร้อมกับนางแสงเอ้ยผู้มีชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินและได้แสดงเจตนาว่าจะโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินให้แก่โจทก์ตามสัญญาแต่โจทก์เกี่ยงให้จำเลยรับโอนกรรมสิทธิ์จากนางแสงเอ้ยก่อนแล้วจัดการโอนให้แก่โจทก์ จึงไม่อาจตกลงกันได้ในวันนัดโอน เช่นนี้แม้ว่าจำเลยจะไม่ได้มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินในวันนัดโอนก็จะถือว่าจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญาไม่ได้ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาชอบแล้วฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1881/2540 นาย นคร ศรีสุข โจทก์ นาย ทา ชัยมหาวัน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย นคร ศรีสุข · จำเลย - นาย ทา ชัยมหาวัน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชวลิต ศรีสง่า · ไพโรจน์ คำอ่อน · วิเทพ ศิริพากย์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1216/2538ฎีกา 5711/2541ฎีกา 3345/2525ฎีกา 1730/2520ฎีกา 1217/2530ฎีกา 2221/2553ฎีกา 558/2509ฎีกา 17393/2555ฎีกา 451/2491ฎีกา 360/2502ฎีกา 3375/2532ฎีกา 1090/2530ฎีกา 2694/2535ฎีกา 170/2497ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 681/2506ฎีกา 5317/2538ฎีกา 10866/2546ฎีกา 824/2545ฎีกา 231/2482ฎีกา 464/2497ฎีกา 5281/2540ฎีกา 7122/2545ฎีกา 1280/2492
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ