⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3178/2540

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3178/2540

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของจำเลยที่พูดกล่าวและผลักอกผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าพนักงาน ไม่ถือเป็นการต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติตามหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138 หากการกระทำนั้นไม่ได้เกิดขึ้นขณะที่เจ้าพนักงานกำลังปฏิบัติการตามหน้าที่ในการเข้าระงับเหตุทะเลาะวิวาทหรือจับกุมผู้กระทำความผิด

ย่อคำพิพากษา

ผู้เสียหายได้พบจำเลยในขณะที่จำเลยซึ่งมีอาการเมาสุรานั่งคร่อมอยู่บนรถจักรยานยนต์โดยไม่ปรากฏว่าจำเลยได้กระทำความผิดและผู้เสียหายมิได้เข้าทำการจับกุมจำเลยอันเนื่องมาจากการกระทำความผิดของจำเลยแต่อย่างใด อีกทั้งการที่ ส. แจ้งต่อผู้เสียหายก็ระบุแต่เพียงว่าอาจมีเรื่องกันบริเวณปากซอยให้ไปช่วยคนหน่อย จึงฟังไม่ได้ว่ามีการกระทำความผิดเกิดขึ้นโดยจำเลยเป็นผู้ก่อเหตุหรือกระทำความผิดแต่อย่างใด การที่ผู้เสียหายปฏิบัติภารกิจอื่นแล้วเข้าไปยังที่เกิดเหตุโดยยังมิได้มีเหตุการณ์วิวาทเกิดขึ้นแต่ผู้เสียหายกลับไปมีเรื่องกับจำเลยเป็นส่วนตัว โดยถูกจำเลยพูดว่ากล่าวและผลักอก จึงไม่ใช่เรื่องที่ผู้เสียหายกำลังปฏิบัติการตามหน้าที่ในการเข้าระงับเหตุทะเลาะวิวาทหรือจับกุมผู้กระทำความผิด การกระทำของจำเลยมิใช่เป็นการต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติตามหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138 แต่อย่างใด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.138

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกล่าววาจาหยาบคายดูหมิ่นพลตำรวจชลชัย มาสถิตย์ผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตำรวจขณะปฏิบัติหน้าที่เข้าระงับเหตุทะเลาะวิวาทว่า "มึงเป็นตำรวจใหญ่นักหรือไง มึงใหญ่ก็มาจับกู ไอ้เหี้ย ไอ้สัตว์" และใช้กำลังดิ้นรนและผลักอกผู้เสียหายขณะปฏิบัติหน้าที่ว่ากล่าวตักเตือนจำเลยอันเป็นการต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 136, 138, 91 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 138 วรรคสอง จำคุก 1 เดือน เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทนในเวลาเดียวกันข้อหาอื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ในความผิดฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138 เสียด้วย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่าจำเลยได้ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติการตามหน้าที่หรือไม่ โจทก์มีพลตำรวจชลชัย มาสถิตย์ ผู้เสียหายเบิกความว่า ผู้เสียหายรับราชการอยู่ที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอคลองหลวง ตำแหน่งลูกแถว มีหน้าที่สืบสวนและจับกุมคนร้าย เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2537เวลาตีสองเศษ ขณะที่ผู้เสียหายขับรถจักรยานยนต์ส่วนตัวไปเพียงคนเดียวโดยไม่ได้แต่งเครื่องแบบ เมื่อถึงบริเวณกลางซอยหงษ์สกุล หมู่ที่ 3 ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี พบนางสาวสากลหรือพึงโบกมือให้จอดรถแจ้งว่า มีวัยรุ่นจะก่อเหตุทะเลาะกันขอให้ไประงับเหตุ ผู้เสียหายได้ขับรถจักรยานยนต์ไปที่จุดที่ได้รับแจ้งพบจำเลยกับพวกประมาณ 7-8 คน นั่งอยู่บริเวณที่จอดรถจักรยานยนต์รับจ้าง พบจำเลยนั่งคร่อมอยู่บนรถจักรยานยนต์คันหนึ่งมีอาการเมาสุรา ผู้เสียหายได้แสดงตัวในกลุ่มนั้นว่าเป็นตำรวจอยู่คลองหลวงมีอะไรจะให้ช่วยไหมจำเลยพูดว่า "มึงเป็นตำรวจใหญ่นักหรือมึงใหญ่มาจับกู ไอ้เหี้ย ไอ้สัตว์" ผู้เสียหายขอให้จำเลยพูดให้เพราะหน่อย จำเลยลงจากรถจักรยานยนต์ตรงเข้าผลักอกผู้เสียหาย ผู้เสียหายเสียหลักเซถอยหลัง จำเลยจะเข้ามาซ้ำ ผู้เสียหายได้ผลักจำเลยออกไป พวกของจำเลยกรูเข้ามาหา ผู้เสียหายถอยหลังและได้ชักปืนออกมาพร้อมกับบอกว่าให้ถอยออกไปอย่าเข้ามาจะได้รับอันตราย คนเหล่านั้นจึงแตกกลุ่มหนีไป จำเลยได้ขับรถจักรยานยนต์ออกไปจากที่เกิดเหตุ เห็นว่า ผู้เสียหายได้พบจำเลยในขณะที่จำเลยนั่งคร่อมอยู่บนรถจักรยานยนต์มีอาการเมาสุรา โดยไม่ปรากฏว่าจำเลยได้กระทำความผิดและผู้เสียหายมิได้เข้าทำการจับกุมจำเลยอันเนื่องมาจากการกระทำความผิดของจำเลยแต่อย่างใด อีกทั้งการที่นางสาวสากลหรือพึงแจ้งต่อผู้เสียหายก็ระบุแต่เพียงว่าอาจจะมีเรื่องกันบริเวณปากซอยให้ไปช่วยคนหน่อย จึงฟังไม่ได้ว่ามีการกระทำความผิดเกิดขึ้นโดยจำเลยเป็นผู้ก่อเหตุหรือกระทำความผิดแต่อย่างใด การที่ผู้เสียหายปฏิบัติภารกิจอื่นแล้วเข้าไปยังที่เกิดเหตุโดยที่ยังมิได้มีเหตุการณ์วิวาทเกิดขึ้น แต่ผู้เสียหายกลับไปมีเรื่องกับจำเลยเป็นส่วนตัว โดยถูกจำเลยพูดว่ากล่าวและผลักอก จึงมิใช่เรื่องที่ผู้เสียหายกำลังปฏิบัติการตามหน้าที่ในการเข้าระงับเหตุทะเลาะวิวาทหรือจับกุมผู้กระทำความผิด การกระทำของจำเลยมิใช่เป็นการต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติการตามหน้าที่อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138 แต่อย่างใด ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3178/2540 พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดธัญบุรี โจทก์ นาย ไพฑูรย์ สีนาคล้วน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดธัญบุรี · จำเลย - นาย ไพฑูรย์ สีนาคล้วน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ยินดี วัชรพงศ์ ต่อสุวรรณ · พิมล สมานิตย์ · กนก พรรณรักษา
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 187/2507ฎีกา 3579/2531ฎีกา 8198/2550ฎีกา 243/2509ฎีกา 1037/2503ฎีกา 1595/2532ฎีกา 1082/2507ฎีกา 1041/2506ฎีกา 2218/2536ฎีกา 1240/2554ฎีกา 277/2466ฎีกา 1318/2506ฎีกา 986/2485ฎีกา 698/2516ฎีกา 2220/2540ฎีกา 195/2472ฎีกา 855/2484ฎีกา 3743/2529ฎีกา 2202/2521ฎีกา 501/2537ฎีกา 77/2541ฎีกา 1664/2515ฎีกา 390/2532ฎีกา 95/2521
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ