⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5667-5668/2540

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5667-5668/2540

ป.วิ.แพ่ง ม.248

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฎีกาในข้อเท็จจริงต้องห้ามเมื่อทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท

ย่อคำพิพากษา

จำเลยฎีกาทั้งสองสำนวนโดยสรุปว่า ศาลอุทธรณ์มิได้หักเงินค่าจ้างทนายความและค่าใช้จ่ายในการร้องขอจัดการมรดกของ ป. จำนวน 6,000 บาท และค่าใช้จ่ายและค่าจ้างทนายความในคดีทั้งสองสำนวนเป็นเงิน 250,000 บาท รวมเป็นเงิน 256,000 บาท ออกจากเงินที่โจทก์ทั้งสองและจำเลยจะพึงได้รับ เป็นฎีกาโต้แย้งข้อเท็จจริงที่ว่ามีค่าใช้จ่ายและค่าจ้างทนายความที่จะต้องนำมาหักออกจากเงินที่จะนำมาแบ่งแก่โจทก์ทั้งสองและจำเลย เมื่อคดีทั้งสองสำนวนมีราคาทรัพย์สินหรือจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาแต่ละสำนวนไม่เกินสองแสนบาท จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่ง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.248

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.248 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีทั้งสองสำนวนนี้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกัน โจทก์ทั้งสองฟ้องมีใจความทำนองเดียวกันว่า จำเลยซึ่งเป็นพี่โจทก์ทั้งสองเป็นผู้จัดการมรดกของนายเป๋าตามคำสั่งศาล จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกของนายเป๋าตามคำสั่งศาลได้ขายที่ดินมรดกโฉนดเลขที่ 87156 แขวงประเวศ เขตพระโขนงกรุงเทพมหานคร เนื้อที่ 1 ไร่ 2 งาน 53 ตารางวา ไปในราคา 7,500,000 บาท โดยอ้างว่านำเงินไปไถ่ถอนจำนอง 1,000,000 บาท และชำระค่าบำเหน็จแก่นายหน้า 500,000 บาท หลังจากนั้นโจทก์ทั้งสองได้ติดต่อขอแบ่งทรัพย์มรดกคนละ 2,000,000 บาท แต่จำเลยบ่ายเบี่ยงไม่ยอมจัดการให้ ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินให้แก่โจทก์ทั้งสองคนละ 2,000,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยให้การทั้งสองสำนวนทำนองเดียวกันว่า จำเลยยังจัดการทรัพย์มรดกไม่เสร็จเรียบร้อย จึงไม่มีเงินมาแบ่งแก่ทายาท และโจทก์ทั้งสองไม่เคยติดต่อทวงถามให้จำเลยจัดการแบ่งทรัพย์มรดก จึงไม่มีสิทธิฟ้องคดีนี้ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินให้แก่โจทก์ทั้งสองคนละ 627,248 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 3 พฤษภาคม 2537 จนกว่าจะชำระเสร็จ โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงินให้แก่โจทก์ทั้งสองเพิ่มขึ้นอีกคนละ 85,333.33 บาท นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีทั้งสองสำนวนนี้ราคาทรัพย์สินหรือจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาแต่ละสำนวนไม่เกินสองแสนบาท จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่ง จำเลยฎีกาทั้งสองสำนวนโดยสรุปว่า ศาลอุทธรณ์มิได้หักเงินค่าจ้างทนายความและค่าใช้จ่ายในการร้องขอจัดการมรดกของนายเป๋า ชมชื่น จำนวน 6,000 บาท และค่าใช้จ่ายและค่าจ้างทนายความในคดีทั้งสองสำนวนนี้เป็นเงิน 250,000 บาท รวมเป็นเงิน 256,000 บาท ออกจากเงินที่โจทก์ทั้งสองและจำเลยจะพึงได้รับเป็นฎีกาโต้แย้งข้อเท็จจริงที่ว่ามีค่าใช้จ่ายและค่าจ้างทนายความดังกล่าวที่จะต้องนำมาหักออกจากเงินที่จะต้องนำมาแบ่งแก่โจทก์ทั้งสองและจำเลย จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามบทกฎหมายดังกล่าว ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย" พิพากษายกฎีกาจำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5667 - 5668/2540 นาย สมบัติ ชมชื่น กับพวก โจทก์ นาย สมบูรณ์ ชมชื่น ในฐานะผู้จัดการมรดกของนาย เป๋า ชมชื่น จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย สมบัติ ชมชื่น กับพวก · จำเลย - นาย สมบูรณ์ ชมชื่น ในฐานะผู้จัดการมรดกของนาย เป๋า ชมชื่น
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ระพินทร บรรจงศิลป · อำนวย สุขพรหม · ปรีชา นาคพันธุ์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5302/2548ฎีกา 1015/2509ฎีกา 824/2519ฎีกา 3314/2549ฎีกา 1590/2513ฎีกา 4015/2528ฎีกา 83-84/2529ฎีกา 1229/2545ฎีกา 2812/2539ฎีกา 3231/2557ฎีกา 13566/2558ฎีกา 1030/2509ฎีกา 817/2490ฎีกา 1339/2543ฎีกา 8732/2549ฎีกา 2186/2550ฎีกา 891/2510ฎีกา 825/2509ฎีกา 6058/2538ฎีกา 6455/2538ฎีกา 142/2530ฎีกา 2290/2535ฎีกา 5911-5913/2533ฎีกา 1783/2527
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ