คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5910/2540
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การได้มาซึ่งทรัพย์สินโดยการขายทอดตลาดจากการบังคับคดีตามคำพิพากษาที่เกิดจากการสมยอมกันระหว่างเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาและลูกหนี้ตามคำพิพากษา ถือเป็นการได้มาโดยไม่สุจริต และไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
การกู้ยืมเงินระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 เป็นการสมยอมกัน และจำเลยที่ 2 ทราบอยู่แล้วว่าโจทก์มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทการที่จำเลยที่ 2 นำหนี้สมยอมดังกล่าวมาฟ้องคดีแพ่งและยึดที่ดินพิพาทออกขายทอดตลาดแล้วประมูลซื้อที่ดินพิพาทจากการขายทอดตลาดนั้น จึงเป็นการได้มาโดยไม่สุจริต ไม่ได้รับความคุ้มครองตาม ป.พ.พ.มาตรา 1330
การที่คดีนี้โจทก์เสียค่าขึ้นศาลในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ไม่ถูกต้องครบถ้วนโดยที่ศาลชั้นต้นก็มิได้เรียกให้เสียให้ครบถ้วน ทั้งเมื่อคดีมาสู่ศาลฎีกา ศาลฎีกาก็มิได้มีคำสั่งประการอื่นใด ก็หาทำให้กระบวนพิจารณาที่ดำเนินมาแล้วต้องเสียไปแต่ประการใดไม่ กรณีเป็นเรื่องของโจทก์และศาล จำเลยที่ 2ไม่มีสิทธิยื่นคำร้องโต้แย้ง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางเมือง สระสมหรือสะสม · จำเลย - นางเขียน ไพร่ทอง กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ยินดี วัชรพงศ์ ต่อสุวรรณ · พิมล สมานิตย์ · กนก พรรณรักษา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดราชบุรี - นายสมบูรณ์ วัฒนพรมงคล · ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ - นายประเวศ อัศวรัตน์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา