⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 696/2540

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 696/2540

ป.อาญา ม.32, 91

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย และการพกพาอาวุธปืนดังกล่าวไปในทางสาธารณะโดยผิดกฎหมาย เป็นความผิดคนละกรรมกัน. ทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิด หรือมีไว้เป็นความผิด ต้องริบเสีย.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยมีเจตนาที่จะมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองมีความผิดมาตั้งแต่เริ่มครอบครองเป็นกรรมหนึ่งและมีเจตนาที่จะพกอาวุธปืนดังกล่าวติดตัวไปในทางสาธารณะโดยผิดกฎหมายก็เป็นความผิดอีกกรรมหนึ่งจึงเป็นความผิดสองกรรม อาวุธปืนซึ่งไม่มีเครื่องหมายของเจ้าพนักงานประทับและเครื่องกระสุนปืนของกลางเป็นทรัพย์สินที่มีไว้เป็นความผิดต้องริบตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา32แม้โจทก์ไม่ได้อุทธรณ์ฎีกาในปัญหาเรื่องของกลางก็ตามแต่เมื่อโจทก์มีคำขอให้ริบของกลางมาแล้วทั้งมิใช่กรณีเพิ่มเติมโทษจำเลยก็ชอบที่จะวินิจฉัยในเรื่องของกลางด้วยศาลฎีกาจึงพิพากษาให้ริบของกลาง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.212 ประมวลกฎหมายอาญา ม.32 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.7 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.72

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.212 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.32 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2538 เวลากลางคืนหลังเที่ยง จำเลยได้กระทำความผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกันกล่าวคือจำเลยมีอาวุธปืนลูกซองสั้น ขนาดเบอร์ 12 จำนวน 1 กระบอกไม่มีเครื่องหมายของเจ้าพนักงานประทับไว้ และกระสุนปืนลูกซองขนาดเบอร์ 12 จำนวน 2 นัด ซึ่งกระสุนปืนกับอาวุธปืนดังกล่าวใช้ยิงได้ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และจำเลยพาอาวุธปืนลูกซองสั้นดังกล่าวติดตัวไปในเมือง หมู่บ้านทางสาธารณะตามถนนสายบ้านปวนพุ บ้านหลักร้อยหกสิบ โดยไม่มีเหตุสมควร โดยจำเลยไม่ได้รับใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัวไปและไม่ได้รับการยกเว้นตามกฎหมาย เจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมด้วยอาวุธปืนลูกซองสั้นและเครื่องกระสุนปืนดังกล่าวเป็นของกลาง ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ,72, 72 ทวิ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 91 ริบของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 72 วรรคหนึ่ง, 8 ทวิวรรคหนึ่ง, 72 ทวิ วรรคสอง ตอนแรก ลงโทษฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองจำคุก 1 ปี ลงโทษฐานพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านและทางสาธารณะจำคุก 6 เดือน รวมจำคุก 1 ปี 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุก 9 เดือน จำเลย อุทธรณ์ ขอให้ รอการลงโทษ ศาลอุทธรณ์ ภาค 1 พิพากษายืน จำเลย ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาวินิจฉัยมาสู่ศาลฎีกาเฉพาะข้อกฎหมายตามฎีกาของจำเลยว่า การที่จำเลยมีอาวุธปืนและพาอาวุธปืนดังกล่าวไปในเมื่อ หมู่บ้านและทางสาธารณะเป็นการกระทำกรรมเดียวแต่ผิดกฎหมายหลายบทหรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่าข้อกฎหมายดังกล่าวเป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยจำเลยฎีกาได้แม้มิได้ว่ากล่าวกันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์การที่จำเลยมีอาวุธปืนและพาอาวุธปืนดังกล่าวไปนั้นเห็นว่าจำเลยมีเจตนาที่จะมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองมีความผิดมาตั้งแต่เริ่มครอบครองเป็นกรรมหนึ่งและมีเจตนาที่จะพาอาวุธปืนดังกล่าวติดตัวไปในทางสาธารณะโดยผิดกฎหมายก็เป็นความผิดอีกกรรมหนึ่ง จึงเป็นความผิดสองกรรม แยกจากกันได้ หาใช่เป็นการกระทำโดยต่อเนื่องดังที่จำเลยฎีกาไม่ เมื่อโจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำความผิดต่างกรรมกัน จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง ศาลย่อมลงโทษจำเลยทุกกรรมเป็นกระทงความผิดได้ ศาลล่างทั้งสองพิพากษาชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น แต่ของกลางเป็นทรัพย์สินที่มีไว้เป็นความผิดต้องริบตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 32 แม้โจทก์ไม่ได้อุทธรณ์ฎีกาในปัญหาเรื่องของกลางก็ตาม แต่เมื่อโจทก์มีคำขอให้ริบของกลางมาแล้วทั้งมิใช่กรณีเพิ่มเติมโทษจำเลย ก็ชอบที่จะวินิจฉัยในเรื่องของกลางด้วยที่ศาลล่างทั้งสองมิได้สั่งริบของกลางศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยและต้องแก้ในส่วนนี้" พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ริบของกลาง นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 696/2540 อัยการเลย โจทก์ นาย ทองคูณ โทมนัส จำเลย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการเลย · จำเลย - นาย ทองคูณ โทมนัส จำเลย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิเทพ ศิริพากย์ · ไพโรจน์ คำอ่อน · ชวลิต ศรีสง่า
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1837/2531ฎีกา 9026/2553ฎีกา 1392/2564ฎีกา 21848/2555ฎีกา 1089/2559ฎีกา 9114/2552ฎีกา 3345/2535ฎีกา 681/2491ฎีกา 4180/2548ฎีกา 712/2559ฎีกา 5305/2539ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1795/2493ฎีกา 4225/2559ฎีกา 647/2563ฎีกา 628/2493ฎีกา 620/2490ฎีกา 1368/2509ฎีกา 8297/2540ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2766/2546
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา