⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1635/2542

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1635/2542

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้ให้เช่าซื้อขอรถคืนโดยมีเจตนาเพียงต้องการได้รับค่าเช่าซื้อตามสัญญาเท่านั้น และไม่ประสงค์จะขอคืนรถ แต่ขอคืนรถเพื่อประโยชน์ของผู้เช่าซื้อแต่ฝ่ายเดียว ถือเป็นการใช้สิทธิทางศาลโดยไม่สุจริต ผู้ให้เช่าซื้อจึงไม่อาจขอรถคืนได้

ย่อคำพิพากษา

ส. บิดาจำเลยเป็นทั้งผู้เช่าซื้อรถจักรยานยนต์ของกลางและผู้รับมอบอำนาจให้ยื่นคำร้องคดีนี้จากผู้ร้องผู้ให้เช่าซื้อเมื่อ ส. ผิดนัดชำระค่าเช่าซื้อแล้วผู้ร้องมิได้บอกเลิกสัญญาหรือติดตามยึดรถจักรยานยนต์ของกลางที่เช่าซื้อคืน จนกระทั่งจำเลยนำไปใช้กระทำความผิดในคดีนี้ และตามสัญญาเช่าซื้อข้อ 10 ระบุว่า หากเกิดความเสียหายหรือสูญหายผู้เช่าซื้อยินยอมรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายและค่าเช่าซื้อที่ยังค้างชำระอยู่ทั้งสิ้นทั้งยังได้ความว่า ส.กับผู้ร้องตกลงกันว่าหากส.นำรถจักรยานยนต์ของกลางคืนให้แก่ผู้ร้องได้ ผู้ร้องยินดีจะขายให้แก่ ส. โดยคิดค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระ ดังนี้เป็นพฤติการณ์ที่ถือได้ว่าผู้ร้องมีเจตนาเพียงต้องการที่จะได้รับค่าเช่าซื้อตามสัญญาเท่านั้นและไม่ประสงค์จะขอคืนรถจักรยานยนต์ของกลาง แต่การที่ผู้ร้องขอรถจักรยานยนต์ของกลางคืนนั้นก็เพื่อประโยชน์ของ ส.ผู้เช่าซื้อแต่ฝ่ายเดียว ถือได้ว่าผู้ร้องใช้สิทธิทางศาลโดยไม่สุจริต ผู้ร้องจึงไม่อาจที่จะขอคืนรถจักรยานยนต์ของกลางได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.36 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.5

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43(4)(8),134 วรรคหนึ่ง, 157, 160 วรรคสาม, 160 ทวิ และริบรถจักรยานยนต์ของกลาง ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์ของกลางที่ศาลสั่งริบและไม่ได้รู้เห็นเป็นใจในการกระทำผิดขอให้คืนของกลางแก่ผู้ร้อง โจทก์ยื่นคัดค้านว่า ผู้ร้องไม่ใช่เจ้าของที่แท้จริงทั้งยังมีส่วนรู้เห็นเป็นใจในการกระทำผิด ผู้ร้องใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับ ให้คืนของกลางแก่ผู้ร้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์ของกลางซึ่งได้ให้นายวีรสิทธิ์ ทองจันทร์ บิดาจำเลยเช่าซื้อไปเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2536 ในราคา 45,952 บาทชำระเงินในวันทำสัญญา 5,950 บาท ส่วนที่เหลือ 40,002 บาทชำระเดือนละ 13,334 บาท รวม 3 เดือน เริ่มชำระงวดแรกวันที่ 30 ธันวาคม 2536 ตามภาพถ่ายสัญญาเช่าซื้อเอกสารหมาย ร.4นายวีรสิทธิ์ชำระค่าเช่าซื้อให้แก่ผู้ร้องแล้ว 2 งวด คงค้างชำระงวดที่ 3 จำเลยได้ขับรถจักรยานยนต์ของกลางแข่งขันโดยฝ่าฝืนกฎหมายและคำสั่งของเจ้าพนักงานจราจรถูกพนักงานสอบสวนยึดรถไว้ มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจในการกระทำผิดของจำเลยหรือไม่ เห็นว่านายวีรสิทธิ์ผิดนัดชำระค่าเช่าซื้อแล้วผู้ร้องมิได้บอกเลิกสัญญาหรือติดตามยึดรถจักรยานยนต์ที่ให้เช่าซื้อคืนจนกระทั่งจำเลยนำรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวไปใช้กระทำผิดและถูกริบในคดีนี้การที่ผู้ร้องขอคืนรถจักรยานยนต์ของกลางอันเป็นการส่อถึงความไม่สุจริตและมีเหตุน่าเชื่อว่ากระทำไปเพื่อประโยชน์ของนายวีรสิทธิ์ ประกอบกับสัญญาเช่าซื้อ ข้อ 10 ระบุไว้ว่าหากเกิดความเสียหายแก่ทรัพย์ที่เช่าซื้อหรือการกระทำใด ๆจนทรัพย์ที่เช่าซื้อเสียหายหรือสูญหายผู้เช่าซื้อยินยอมรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายและค่าเช่าซื้อที่ยังค้างชำระอยู่ทั้งสิ้นเป็นพฤติการณ์ที่ถือได้ว่าผู้ร้องมีเจตนาเพียงต้องการที่จะได้รับค่าเช่าซื้อตามสัญญาเท่านั้นนอกจากนี้นายวีรสิทธิ์ผู้รับมอบอำนาจจากผู้ร้องและเป็นผู้เช่าซื้อรายนี้เบิกความตอบคำถามค้านโจทก์ว่าพยานและผู้ร้องตกลงกันว่า หากพยานนำรถจักรยานยนต์ของกลางคืนให้แก่ผู้ร้องได้ผู้ร้องยินดีจะขายรถจักรยานยนต์ของกลางแก่พยานโดยคิดค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระพร้อมดอกเบี้ย จึงแสดงว่าผู้ร้องไม่มีความประสงค์จะขอคืนรถจักรยานยนต์ของกลาง พฤติการณ์เช่นนี้ส่อแสดงให้เห็นได้ว่าผู้ร้องขอรถจักรยานยนต์ของกลางคืนเพื่อประโยชน์นายวีรสิทธิ์ผู้เช่าซื้อแต่ฝ่ายเดียว ถือได้ว่าผู้ร้องใช้สิทธิทางศาลโดยไม่สุจริตผู้ร้องจึงไม่อาจที่จะขอคืนรถจักรยานยนต์ของกลางได้ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาให้คืนรถจักรยานยนต์ของกลางแก่ผู้ร้องนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น" พิพากษากลับ ให้ยกคำร้อง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1635/2542 พนักงานอัยการ จังหวัด จันทบุรี โจทก์ บริษัท สุพนิชมอเตอร์ไบค์ จำกัด ผู้ร้อง เด็ก ชาย วีรวัฒน์ ทอง จันทร์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด จันทบุรี · ผู้ร้อง - บริษัท สุพนิชมอเตอร์ไบค์ จำกัด · จำเลย - เด็ก ชาย วีรวัฒน์ ทอง จันทร์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ณรงค์ศักดิ์ วิจิตรสาระวงศ์ · เรืองฤทธิ์ ศรีวรรธนะ · จำรูญ แสนภักดี
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1739/1739ฎีกา 1750/2505ฎีกา 2409/2551ฎีกา 651/2507ฎีกา 665/2531ฎีกา 3462/2530ฎีกา 2903/2536ฎีกา 912/2490ฎีกา 6911/2544ฎีกา 1145/2495ฎีกา 222/2468ฎีกา 1979/2521ฎีกา 1567/2513ฎีกา 1081-1082/2522ฎีกา 6506/2547ฎีกา 269/2537ฎีกา 2234/2535ฎีกา 2987/2517ฎีกา 408/2524ฎีกา 4122/2540ฎีกา 1049/2522ฎีกา 3761-3765/2533ฎีกา 8844/2543ฎีกา 178/2485
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ