⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 7578/2542

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7578/2542

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่อ้างว่าเป็นการบุกรุกอสังหาริมทรัพย์ จะต้องเป็นการเข้าไปในอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นโดยไม่มีสิทธิ การที่จำเลยยังคงครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินที่ตนได้ขายฝากไปนั้น ไม่ถือเป็นการบุกรุกอสังหาริมทรัพย์ของเจ้าหนี้ตามสัญญาขายฝาก

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 2 ทำสัญญาขายฝากที่ดินพิพาทแก่ พ. แต่ พ. ไม่เคยเข้าครอบครองที่ดินพิพาท จำเลยที่ 2 ยังคงครอบครองทำประโยชน์ตลอดมา ต่อมา พ. ขายที่ดินพิพาทให้โจทก์ แต่ก็เป็นเพียงดำเนินการทางทะเบียนเท่านั้น โจทก์ยังมิได้ครอบครองที่ดินพิพาท การกระทำของจำเลยที่ 2 จึงไม่เป็นการเข้าไปในอสังหาริมทรัพย์ของโจทก์อันจะเป็นความผิดฐานบุกรุกได้ และจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นบุตรครอบครองที่ดินพิพาทโดยอาศัยสิทธิจำเลยที่ 2 จึงไม่มีความผิดเช่นกัน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.365

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองบุกรุกเข้าไปทำงานในที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 1738 ตำบลวังพญา อำเภอรามัน จังหวัดยะลาของโจทก์เพื่อถือการครอบครองทีดินโดยไม่ได้รับอนุญาต และเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของโจทก์ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362, 365, 83 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 365(2), 83 จำคุกคนละ 6 เดือน จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า เดิมที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยที่ 2 เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2514 จำเลยที่ 2 ทำสัญญาขายฝากที่ดินพิพาทแก่นายพีรภัทร แซ่หว่อง มีกำหนด 1 ปี จำเลยที่ 2 มิได้ไถ่ภายในกำหนด วันที่ 9 กรกฎาคม 2539 นายพีรภัทรขายที่ดินพิพาทให้โจทก์ต่อมาในวันเวลาเกิดเหตุตามฟ้องโจทก์จะดำเนินการถมดินในที่ดินพิพาทปรากฏว่าจำเลยทั้งสองครอบครองที่ดินพิพาทอยู่และไม่ยอมให้โจทก์ถมดิน ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่า จำเลยทั้งสองกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่เห็นว่า เดิมที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยที่ 2 หลังจากทำสัญญาขายฝากแก่นายพีรภัทรแล้ว จำเลยที่ 2 ได้มอบที่ดินพิพาทให้นายพีรภัทรครอบครองหรือไม่ ทางนำสืบของโจทก์ไม่ปรากฏตัวโจทก์เองเบิกความตอบทนายจำเลยทั้งสองถามค้านว่า นายพีรภัทรย้ายไปอยู่จังหวัดนครปฐมตั้งแต่ปี 2530 แล้ว แสดงว่านายพีรภัทรมิได้ครอบครองที่ดินพิพาท จำเลยทั้งสองมีตัวจำเลยทั้งสองเบิกความว่า จำเลยที่ 2 ทำสัญญาขายฝากที่ดินพิพาทเป็นประกันการติดตั้งไฟฟ้าในหมู่บ้าน นายพีรภัทรไม่เคยเข้าครอบครองที่ดินพิพาทจำเลยที่ 2 ยังคงครอบครองทำประโยชน์และเสียภาษีบำรุงท้องที่ในที่ดินพิพาทตลอดมากับมีนายดือเระ กรูมอ เบิกความสนับสนุนและมีใบเสร็จรับเงินภาษีบำรุงท้องที่เอกสารหมาย ล.5 มายืนยัน ศาลฎีกาเชื่อว่า จำเลยที่ 2 ครอบครองที่ดินพิพาทตลอดมามิได้มอบการครอบครองที่ดินพิพาทให้แก่นายพีรภัทร แม้นายพีรภัทรขายที่ดินพิพาทให้โจทก์ก็เพียงดำเนินการทะเบียนเท่านั้น โจทก์ยังมิได้ครอบครองที่ดินพิพาท การกระทำของจำเลยที่ 2 ไม่เป็นการเข้าไปในอสังหาริมทรัพย์ของโจทก์ไม่มีความผิดตามฟ้อง จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นบุตรครอบครองที่ดินพิพาทโดยอาศัยสิทธิจำเลยที่ 2 จึงไม่มีความผิดเช่นกัน ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายกฟ้องมานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7578/2542 นาย ธเนศ เจนนฤมิต โจทก์ นาย ซอแล๊ะ มอลอ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย ธเนศ เจนนฤมิต · จำเลย - นาย ซอแล๊ะ มอลอ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ทองหล่อ โฉมงาม · สกนธ์ กฤติยาวงศ์ · ธำรงศักดิ์ ขมะวรรณ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1310/2513ฎีกา 2314/2529ฎีกา 15717/2553ฎีกา 7958/2555ฎีกา 3664-3665/2534ฎีกา 3081/2524ฎีกา 1811/2530ฎีกา 4069/2536ฎีกา 290/2543ฎีกา 5471/2553ฎีกา 5543/2534ฎีกา 18654/2555ฎีกา 214/2524ฎีกา 1699/2529ฎีกา 1936/2522ฎีกา 489/2551ฎีกา 279/2539ฎีกา 2269/2538ฎีกา 2813/2568ฎีกา 1142/2514ฎีกา 994/2537ฎีกา 4066/2545ฎีกา 5483/2543ฎีกา 3095/2526
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ