คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1443/2543
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ทรัพย์สินที่จะสั่งริบได้ตาม ป.อ. มาตรา 33 (1) และ (2) ต้องเป็นทรัพย์สินที่ได้มาโดยการกระทำความผิด ซึ่งต้องมีการพิสูจน์ความผิดนั้นต่อศาลและศาลพิพากษาว่าจำเลยได้กระทำความผิดแล้ว.
ย่อคำพิพากษา
ทรัพย์สินที่ศาลมีอำนาจสั่งริบได้ตาม ป.อ.มาตรา 33 (1) (2)จะต้องเป็นทรัพย์สินที่ได้มาโดยได้กระทำความผิด ซึ่งหมายถึงว่า จะต้องมีการฟ้องจำเลยในความผิดดังกล่าว และได้มีการพิสูจน์ความผิดนั้นต่อศาล และศาลพิพากษาว่าจำเลยได้กระทำความผิดจึงจะริบทรัพย์สินนั้นได้ อันถือเป็นการลงโทษอย่างหนึ่งตามป.อ.มาตรา 18 (5)
ธนบัตรของกลางมิใช่ทรัพย์สินที่มีไว้เป็นความผิด ตาม ป.อ.มาตรา 32 เมื่อโจทก์ยังมิได้ฟ้องจำเลยถึงการกระทำความผิดในครั้งก่อนโดยตรงกรณีเพียงแต่การกล่าวอ้างพาดพิงถึงว่าธนบัตรของกลางเป็นทรัพย์ที่จำเลยได้มาจากการขายเมทแอมเฟตามีนไปก่อนหน้านี้ จึงยังไม่เป็นการเพียงพอตามเจตนารมณ์ของ ป.อ มาตรา 18 (5) และ 33 (2) เพื่อลงโทษจำเลยด้วยการริบทรัพย์สินแม้จำเลยจะได้ให้การรับสารภาพในคดีนี้ ศาลก็ไม่อาจริบธนบัตรของกลางดังกล่าวได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรปราการ · จำเลย - นางสาวรัชนีพร มีแก้ว |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ทวีวัฒน์ แดงทองดี · พินิจ เพชรรุ่ง · โนรี จันทร์ทร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายพิเชษฐ์ วังศานุตร · ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ - นายสมบัติ อรรถพิมล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา