คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3412/2543
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลชั้นต้นสั่งขยายระยะเวลาอุทธรณ์เกินกำหนดเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้โดยไม่มีเหตุสุดวิสัย คำสั่งนั้นย่อมไม่ชอบด้วยกฎหมาย และศาลอุทธรณ์จะรับพิจารณาอุทธรณ์นั้นไม่ได้ เว้นแต่จะมีเหตุตาม ป.วิ.อ. มาตรา 213 ที่ศาลอุทธรณ์จะพิพากษาตลอดไปถึงจำเลยที่มิได้อุทธรณ์ได้
ย่อคำพิพากษา
จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ภายหลังจากที่กำหนดระยะเวลาอุทธรณ์ได้สิ้นสุดลงแล้วโดยกรณีไม่มีเหตุสุดวิสัย ศาลชั้นต้นจึงไม่มีอำนาจสั่งขยายระยะเวลาอุทธรณ์ออกไปให้ได้
เมื่อจำเลยที่ 1 ยื่นอุทธรณ์เกินกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์หนึ่งเดือนตาม ป.วิ.อ.มาตรา 198 วรรคหนึ่ง คำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1จึงไม่ชอบ ศาลอุทธรณ์ชอบแต่จะพิจารณาพิพากษาเฉพาะอุทธรณ์ของจำเลยอื่นเท่านั้นหากพิจารณาแล้วเห็นว่ามีเหตุอยู่ในส่วนลักษณะคดีซึ่งศาลอุทธรณ์มีอำนาจพิพากษาตลอดไปถึงจำเลยที่ 1 ที่มิได้อุทธรณ์ด้วย ตาม ป.วิ.อ.มาตรา 213 ศาลอุทธรณ์จะพิพากษากลับหรือแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นไม่ลงโทษหรือลดโทษให้จำเลยที่ 1 ก็มีอำนาจกระทำได้โดยอาศัยบทบัญญัติของมาตรา 213 ดังกล่าว มิใช่พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 1 เพราะจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ขึ้นมา
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · จำเลย - นายฉลวย จิตตรง กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมศักดิ์ วงศ์ยืน · ดลจรัส รัตนโศภิต · ประพันธ์ ทรัพย์แสง |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลอาญาธนบุรี - นายพิศล พิรุณ · ศาลอุทธรณ์ - นายสรรทัศน์ เอี่ยมวรชัย |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา