⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3828/2543

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3828/2543

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา โจทก์จะอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวได้ต่อเมื่อได้โต้แย้งคำสั่งนั้นไว้ตามกฎหมายแล้วเท่านั้น

ย่อคำพิพากษา

คำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้ผู้ร้องขยายระยะเวลายื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา โจทก์จะอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวได้ โจทก์จะต้องโต้แย้งคำสั่งนั้นไว้ตามที่บัญญัติไว้ใน ป.วิ.พ. มาตรา 226 หากโจทก์มิได้โต้แย้งไว้ก็ไม่อาจอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวได้ เมื่อคำร้องคัดค้านของโจทก์เป็นเรื่องที่โจทก์ยื่นคำร้องคัดค้านคำร้องของผู้ร้องที่ยื่นเข้ามาเพื่อขอเฉลี่ยทรัพย์ หาใช่คำโต้แย้งคำสั่งของศาลชั้นต้นเกี่ยวกับการที่ศาลชั้นต้นรับคำร้องขอขยายระยะเวลายื่น คำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ภายหลังจากวันครบกำหนดยื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ของผู้ร้องไม่ และศาลชั้นต้นก็มีคำสั่งอนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ภายหลังจากที่โจทก์ยื่นคำร้องคัดค้าน จึงไม่อาจถือว่าคำร้องคัดค้าน ของโจทก์เป็นคำโต้แย้งคำสั่งของศาลชั้นต้นได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.23 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.226 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.290

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องเรียกให้จำเลยชำระเงินตามเช็ค ศาลชั้นต้น (ศาลจังหวัดหนองคาย) พิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความให้จำเลยชำระเงินจำนวน ๕๐๖,๙๘๖.๓๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของต้นเงิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ผู้ร้องยื่นคำร้องของเฉลี่ยทรัพย์ต่อศาลจังหวัดบึงกาฬ ศาลจังหวัดบึงกาฬสั่งรับคำร้อง ต่อมาศาลจังหวัดบึงกาฬมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งเดิมแล้วมีคำสั่งใหม่เป็นไม่รับคำร้อง ผู้ร้องทราบคำสั่งศาลจังหวัดบึงกาฬหลังจากครบกำหนดเวลายื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๒๙๐ จึงยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ต่อศาลชั้นต้นหลังจากครบกำหนดเวลายื่นแล้ว ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งว่า กรณีเป็นเหตุสุดวิสัยตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๒๓ ผู้ร้อง ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาหลังจากวันครบกำหนดได้ อนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ ผู้ร้องยื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ ขอให้ศาลมีคำสั่งให้ผู้ร้องเข้าเฉลี่ยในทรัพย์สินที่ขายทอดตลาดได้ หากมีการถอนการยึดทรัพย์หรือโจทก์สละสิทธิ์ในการบังคับคดี ผู้ร้องขอบังคับคดีต่อไป โจทก์ยื่นคำคัดค้าน ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องเฉลี่ยทรัพย์ได้ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เห็นว่า คำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา โจทก์จะอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวได้ โจทก์จะต้องโต้แย้งคำสั่งนั้นไว้ตามที่บัญญัติไว้ใน ป.วิ.พ. มาตรา ๒๒๖ หากโจทก์มิได้โต้แย้งไว้ก็ไม่อาจอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวได้ โจทก์ฎีกาว่าโจทก์ได้โต้แย้งคำสั่งของศาลชั้นต้นเกี่ยวกับ การที่ศาลชั้นต้นรับคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ภายหลังจากวันครบกำหนดยื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ของผู้ร้องแล้ว ตามคำร้องคัดค้านของโจทก์ฉบับลงวันที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๔๐ ศาลฎีกาได้ตรวจดูคำร้องคัดค้านของโจทก์ฉบับดังกล่าวแล้ว เห็นว่า เป็นเรื่องที่โจทก์ยื่นคำร้องคัดค้านคำร้องของผู้ร้องที่ยื่นเข้ามาเพื่อขอเฉลี่ยทรัพย์ หาใช่คำโต้แย้งคำสั่งของศาลชั้นต้นไม่ และศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ เมื่อวันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๔๐ ภายหลังจากที่โจทก์ยื่นคำร้องคัดค้านจึงไม่อาจมีกรณีที่โจทก์จะอ้างคำร้องคัดค้าน ฉบับลงวันที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๔๐ เป็นคำโต้แย้งคำสั่งของศาลชั้นต้นได้ ฎีกาของโจทก์ในข้อนี้จึงฟังไม่ขึ้น ปัญหาวินิจฉัยต่อไปมีว่า ผู้ร้องสามารถเอาชำระหนี้ได้จากทรัพย์สินอื่น ๆ ของจำเลยหรือไม่ เห็นว่า ทรัพย์สินของจำเลยที่ผู้ร้องนำยึดตามเอกสารหมาย ร.๒ และ ร.๓ ติดภาระจำนองธนาคารกรุงเทพ จำกัด ในมูลหนี้กู้ยืม มูลหนี้ เบิกเงินเกินบัญชี และมูลหนี้ขายลดเช็คพร้อมดอกเบี้ยรวมเป็นเงิน ๕,๑๗๑,๖๔๑.๗๗ บาท และศาลจังหวัดบึงกาฬมีคำสั่งอนุญาตให้ธนาคารกรุงเทพ จำกัด ได้รับชำระหนี้จำนองก่อนเจ้าหนี้รายอื่นนอกจากนี้จำเลยยังเป็นหนี้ผู้ร้องตาม คำพิพากษาศาลจังหวัดบึงกาฬเอกสารหมาย ร.๑ เป็นจำนวน ๑,๕๒๐,๒๖๕ บาท ทรัพย์สินอื่น ๆ ของจำเลยที่ผู้ร้องนำยึดไว้ย่อมไม่เพียงพอที่จะชำระหนี้ให้ผู้ร้องได้อย่างสิ้นเชิง ทั้งข้อที่โจทก์อ้างว่าจะขายทอดตลาดทรัพย์สินของจำเลยได้ประมาณ ๑๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท ถึง ๑๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท นั้น โจทก์เพิ่งจะยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกา ทั้ง ๆ ที่เคยเบิกความไว้ว่า ทรัพย์ของจำเลยที่ผู้ร้องนำยึดนั้นจะขายได้ราคาประมาณ ๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท ในชั้นฎีกาโจทก์กลับอ้างราคาเพิ่มขึ้นอีก จึงเห็นได้ว่าโจทก์อ้างราคาเอาตามใจชอบไม่มีเหตุผลจึงไม่น่ารับฟัง ฎีกาของโจทก์ในข้อนี้จึงฟังไม่ขึ้นเช่นกัน พิพากษายืน ให้โจทก์ใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา ๑,๐๐๐ บาท แทนผู้ร้อง . ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3828/2543 นายเอกชัย มีธรรมแก้วกล้า โจทก์ นายไพฑูรย์ แสนอุบล ผู้ร้อง นายพูนสิน นาคเสน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเอกชัย มีธรรมแก้วกล้า · ผู้ร้อง - นายไพฑูรย์ แสนอุบล · จำเลย - นายพูนสิน นาคเสน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชวลิต ศรีสง่า · ระพินทร บรรจงศิลป · วิเทพ ศิริพากย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดหนองคาย - นายภุชพงศ์ จรัสทรงกิติ · ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายดุสิต สิทธิฤทธิ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1145/2494ฎีกา 609/2526ฎีกา 3808/2526ฎีกา 5983/2539ฎีกา 7032/2539ฎีกา 1623/2537ฎีกา 1776/2512ฎีกา 3542/2545ฎีกา 230/2510ฎีกา 1247/2510ฎีกา 8735/2542ฎีกา 4335/2539ฎีกา 963-965/2510ฎีกา 1360/2544ฎีกา 7927/2538ฎีกา 7227-7228/2551ฎีกา 1065/2505ฎีกา 3192/2532ฎีกา 1196/2513ฎีกา 1733/2498ฎีกา 5438/2537ฎีกา 591/2513ฎีกา 462/2507ฎีกา 801/2515
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา