คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4639/2543
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ความผิดพลาดของเสมียนทนายจำเลยในการจดและจำวันครบกำหนดอุทธรณ์ที่ได้รับอนุญาตให้ขยายเวลาผิดพลาดไป ถือเป็นการประมาทเลินเล่อ ไม่ใช่เหตุสุดวิสัยที่จะทำให้จำเลยมีสิทธิยื่นคำร้องขอขยายเวลาอุทธรณ์ได้เมื่อสิ้นระยะเวลาอุทธรณ์แล้ว
ย่อคำพิพากษา
เสมียนทนายจำเลยจดและจำวันครบกำหนดอุทธรณ์ที่ได้รับอนุญาตให้ขยายเวลาผิดพลาดไป เป็นความผิดพลาดที่เกิดจากความไม่รอบคอบ เป็นการประมาทเลินเล่อ ไม่ใช่เหตุสุดวิสัยอันจะทำให้จำเลยมีสิทธิยื่นคำร้องขอขยายเวลาอุทธรณ์ได้เมื่อสิ้นระยะเวลาอุทธรณ์แล้ว ตาม ป.วิ.พ.มาตรา 23 ประกอบด้วยป.วิ.อ.มาตรา 15
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ขยายระยะเวลาอุทธรณ์ครั้งแรกออกไปจำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ครั้งที่ 2 ภายหลังจากพ้นกำหนดเวลาที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตขยายให้สิ้นไปแล้ว โดยไม่ปรากฏมีพฤติการณ์พิเศษ กรณีไม่มีเหตุที่จะขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ให้จำเลยได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง, ๖๗
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตามคำร้องของจำเลยลงวันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๔๑อนุญาตให้ขยายระยะเวลาอุทธรณ์ออกไปภายในวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๒ จำเลยยื่นคำร้องลงวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๒ ขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ออกไปอีก ๑๐ วันศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ศาลอนุญาตให้จำเลยยื่นอุทธรณ์ภายในวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๒จำเลยยื่นคำร้องในวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๒ พ้นกำหนดระยะเวลาที่ศาลอนุญาตและกรณีมิใช่เหตุสุดวิสัย จึงไม่อนุญาต ยกคำร้อง จำเลยยื่นคำร้องลงวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์๒๕๔๒ อ้างว่าเสมียนทนายจำเลยจดวันครบกำหนดอุทธรณ์ตามที่ศาลชั้นต้นอนุญาตไว้ผิดพลาด โดยจดลงในสมุดนัดความเป็นวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๒ เป็นเหตุให้ทนายจำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ในวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๒ กรณีเป็นเหตุสุดวิสัย ขอให้เพิกถอนคำสั่งศาลชั้นต้นที่ยกคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์และอนุญาตให้ขยายระยะเวลาอุทธรณ์ตามคำร้องลงวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๒ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยยื่นคำร้องเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลายื่นอุทธรณ์แล้ว ไม่มีเหตุเพิกถอนคำสั่งเดิม และกรณีตามคำร้องไม่ใช่เหตุสุดวิสัย จึงไม่อนุญาตยกคำร้อง
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค ๗ พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เหตุที่เสมียนทนายจำเลยมีการจดและจำวันครบกำหนดอุทธรณ์ที่ได้รับอนุญาตให้ขยายเวลาผิดพลาดไปนั้น เป็นความผิดพลาดที่เกิดจากความไม่รอบคอบ เป็นการประมาทเลินเล่อของเสมียนทนายจำเลยเองไม่ใช่เหตุสุดวิสัยอันจะทำให้จำเลยมีสิทธิยื่นคำร้องขอขยายเวลาอุทธรณ์ได้เมื่อสิ้นระยะเวลาอุทธรณ์แล้ว ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๓ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕ การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ขยายระยะเวลาอุทธรณ์ครั้งแรกออกไปภายในวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์๒๕๔๒ จำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ครั้งที่ ๒ เมื่อวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์๒๕๔๒ ภายหลังจากพ้นกำหนดเวลายื่นอุทธรณ์ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตขยายให้สิ้นไปแล้วโดยไม่ปรากฏมีพฤติการณ์พิเศษ กรณีไม่มีเหตุที่จะขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ให้จำเลยได้
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4639/2543
พนักงานอัยการจังหวัดสุพรรณบุรี โจทก์
นางสุภาพหรือแป๋ว พัฒนมณีกุล จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสุพรรณบุรี · จำเลย - นางสุภาพหรือแป๋ว พัฒนมณีกุล |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วินัย วิมลเศรษฐ · สุรพล เจียมจูไร · ประชา ประสงค์จรรยา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี - นางสาวปรานี พรสมบูรณ์ศิริ · ศาลอุทธรณ์ภาค ๗ - นายณรงค์ ธนะปกรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา